
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2569 เปิดมาเพียงไม่นานทองคำยังคงเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ล่าสุด (13 ม.ค.) ราคาทองคำขึ้นไปทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ซึ่งนอกจากปัจจัยหลักเดิมแล้วแต่ปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้นสำคัญมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯกับโซนละตินที่ระอุต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี และ การเข้าซื้อของธนาคารกลางเพื่อความมั่นคงและปูทางสู่ Dedollarization
อย่างไรก็ดีนอกจากปัจจัยดังกล่าวยังมีปัจจัยใหม่สำคัญที่สถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆดังนี้
1. ความเป็นอิสระของเฟดกำลังถูกกัดกร่อน (Erosion of Fed Independence) รายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบทางอาญา (criminal probe) ที่เกี่ยวข้องกับนาย Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ในมิติของความผิดเชิงกฎหมายเป็นหลัก หากแต่ในมิติของ แรงกดดันทางการเมืองที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่สถาบันธนาคารกลาง สะท้อนว่าความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกัดกร่อนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำทั้งในเชิงจิตวิทยาตลาดและเชิงโครงสร้าง
2. สงครามและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก (Geopolitics) เหตุการณ์อยู่ในขั้นตึงเครียดหนัก มีการประท้วงใหญ่ในอิหร่านที่ยืดเยื้อมาเข้าสัปดาห์ที่ 3 รวมถึงมีข่าวลือเรื่องการเคลื่อนไหวทางทหารที่ชายแดนอิหร่าน บวกกับท่าทีของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาที่รุนแรงขึ้น ทำให้คนกลัวว่าจะเกิดสงครามใหญ่ ทองคำในฐานะ Safe Haven จึงถูกกว้านซื้อมากกว่าปกติ
3. ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่ากังวลตัวเลขจ้างงาน (Nonfarm Payrolls) ที่เพิ่งประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก (เพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง) ทำให้ตลาดมั่นใจว่าเฟดฯต้อง “ลดดอกเบี้ย” ในปีนี้อย่างแน่นอน
จากเหตุการณ์ทั้งหมดจึงส่งให้ราคาทองคำทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญที่หากผ่านแนวต้านนี้ไปได้ มันเกิดแรงซื้อตาม (Technical Buying) อย่างมหาศาล นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างประเทศเช่น JPMorgan และ Goldman Sachs ต่างมองเป้าหมายปีนี้ที่ 5,000 , 5,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
อย่างไรก็ดี วายแอลจียังคงให้เป้าหมายของปี 2569 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ แม้ว่าทิศทางทางคำปีนี้ยังเป็นขาขึ้น แต่มองว่าจะปรับขึ้นได้ไม่ร้อนแรงเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากฐานราคาขึ้นมาอยู่ระดับสูง อย่างไรก็ดีคาดการณ์นี้อยู่บนสมมุติฐานที่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ลุกลามบานปลายจนน่ากังวลไปถึงระดับนานาชาติ ทั้งนี้วายแอลจีให้คำแนะนำนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำในช่วงนี้ว่า ควรลงทุนทองคำในสัดส่วนไม่เกิน 10-15% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงในฐานะสิทรัพย์ปลอดภัย และป้องกันความผันผวนของพอร์ต แต่ไม่ควรให้สัดส่วนสูงเกินกว่านี้ ซึ่งสัดส่วนนี้เป็นสัดส่วนที่วายแอลจีย้ำมาตลอด
อย่างไรก็ดีแม้ราคาทองคำจะร้อนแรงมากอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แต่ยังมีโอกาสให้เข้าลงทุนในลักษณะ Buy the Dips (ซื้อเมื่อย่อตัว) แนะนำว่าถ้ามีการย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับแถว 4,482 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ให้ถือเป็นโอกาสสะสมเพิ่ม เพราะเทรนด์ใหญ่ยังเป็นขาขึ้นชัดเจน แต่หากนักลงทุนที่ต้องการถือยาวอาจจะต้องมีเงินเย็นในระยะ 3 ปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)





