
บมจ.แสนสิริ [SIRI] มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังคงได้รับความสนใจของกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ทั้ง Real Demand และนักลงทุนทั่วโลก โดยในปี 2569 แสนสิริ รุกตลาดอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด ‘RHEA by Sansiri’ (รีอา บาย แสนสิริ) มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท ใกล้หาดสุรินทร์เพียง 600 เมตร และหาดบางเทาเพียง 350 เมตร ซึ่งเป็นทำเลใหม่ที่แสนสิริขยายเข้าไปพัฒนาโครงการ มาพร้อมระดับราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท
โดยเป็นคอนโดฯ รูปแบบ Low rise เลี้ยงสัตว์ได้ ทั้งหมด 295 ยูนิต ทั้งขนาดห้อง 1 ห้องนอน เริ่ม 29.75-35.25 ตารางเมตร 2 ห้องนอน เริ่ม 47.75-65.00 ตารางเมตร และ Villa ขนาด 120 ตารางเมตร พร้อมส่วนกลางใหญ่กว่า 3 ไร่ ทั้งแบบ outdoor และ indoor เช่น Lobby, Co-working Space, Gym, Swimming Pool ขนาดใหญ่กว่า 900 ตารางเมตร Yoga lawn, Boxing area, pet park ซึ่งทันทีที่มีการเปิดเผยข้อมูลก็ได้รับความสนใจจากต่างชาติอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบ Freehold และ Leasehold พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างรอบ VVIP ในวันที่ 5 ก.พ. 69 ที่ The Society ไลฟ์สไตล์สเปซย่านเชิงทะเล-บางเทา
ทั้งนี้ หากพิจารณาในด้านยอดขายของแสนสิริเฉพาะธุรกิจคอนโดฯ ในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้กว่า 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่โครงการ ดีคอนโด รีฟ (dcondo reef) ที่ปิดการขาย (Sold Out) ไปเมื่อสิ้นปี นอกจากนี้ แสนสิริยังรุกตลาดทำเลศักยภาพอย่างเชิงทะเลต่อเนื่อง ได้แก่ แคนวาส เชิงทะเล (CANVAS Cherngtalay) ที่มียอดโอนจากกลุ่มลูกค้ารัสเซีย จีน และยุโรปเกือบเต็มโควตาต่างชาติ
ขณะที่เดอะ เบส เชิงทะเล (THE BASE Cherngtalay) ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 68 ก็ทำยอดขายไปได้แล้วถึง 90% (ไทยและต่างชาติ) รวมถึงเดอะ เบส บูกิต ภูเก็ต (THE BASE Bukit Phuket) และเดอะ เบส ไรส์ (THE BASE Rise Phuket) รวมถึงดีคอนโด โคฟ (dcondo cove) ที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ยังคงทยอยโอนต่อเนื่อง
หากพิจารณาถึงเหตุผลที่ทำให้กลุ่มลูกค้าต่างชาติมุ่งเป้ามาที่ภูเก็ต เพราะภูเก็ตได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ด้วยความพร้อมจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต เฟส 2 และโครงการทางด่วนใหม่ๆ รวมถึงการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาลระดับไฮเอนด์ ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่ม Global Citizen ที่มองหาบ้านหลังที่สองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะในช่วง High Season (พ.ย.-เม.ย.) ที่อัตราการเช่าเฉลี่ยพุ่งสูงถึง 80-90% และจากที่แสนสิริได้มีเก็บดาต้าพบว่าการลงทุนคอนโดมิเนียมในภูเก็ตมอบผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) ที่น่าดึงดูดใจถึง 8-9% ต่อปี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นทำเลศักยภาพที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เป็นเรียลดีมานด์และนักลงทุนให้ความสนใจ
การขยายตัวของกลุ่มทุนและดีมานด์ต่างชาติในอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต จะเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมให้เติบโตได้ในระยะยาว โดยเปลี่ยนรูปแบบจากเพียงการท่องเที่ยวระยะสั้นสู่การอยู่อาศัยระยะยาว (Long-stay) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการบริโภคต่อเนื่องและการจ้างงานในท้องถิ่นทั้งระบบ ตั้งแต่ภาคก่อสร้างไปจนถึงธุรกิจบริการระดับพรีเมียม นอกจากนี้ เม็ดเงินจากการโอนกรรมสิทธิ์และภาษีที่ดินยังเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัด ส่งผลให้ภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่ยังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการอยู่อาศัยที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)






