
กระทรวงการคลังไต้หวันเปิดเผยข้อมูลสถิติว่า มูลค่าการส่งออกของไต้หวันไปยังสหรัฐฯ ในปี 2568 แซงหน้าการส่งออกไปจีนและฮ่องกง ส่งผลให้สหรัฐฯ กลับมาครองตำแหน่งตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไต้หวันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2542
กระทรวงฯ ระบุว่า สหรัฐฯ มีสัดส่วนคิดเป็น 30.9% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไต้หวัน ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนรวมของจีนและฮ่องกงที่ 26.6% ในปีที่ผ่านมา
ตลอดปี 2568 ยอดส่งออกของไต้หวันไปยังสหรัฐฯ ขยายตัวถึง 78% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับประมาณ 1.983 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกไปจีนและฮ่องกงเพิ่มขึ้น 13.2% แตะราว 1.705 แสนล้านดอลลาร์
การขยายตัวของการส่งออกได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงผลิตภัณฑ์โสตทัศนูปกรณ์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 89.5% เมื่อเทียบรายปี
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นเสาหลักของฐานอุตสาหกรรมไต้หวัน โดยความต้องการชิปขั้นสูงในสหรัฐฯ ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ลูกค้ารายสำคัญของบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง (TSMC) รวมถึงบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ยักษ์ใหญ่ด้านชิป AI ของสหรัฐฯ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวัน พร้อมประณามประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน ซึ่งมีส่วนเร่งให้ไต้หวันปรับลดการพึ่งพาตลาดจีน
ขณะเดียวกัน จีนยังใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ ด้วยการจำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตรบางรายการจากไต้หวัน อาทิ สับปะรด ส่งผลให้รัฐบาลไต้หวันเดินหน้ากระจายความเสี่ยงทางการค้า และลดการพึ่งพาจีนมากขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)





