รฟท. เล็งหารืออัยการสูงสุดสัปดาห์นี้ เล็งปิดจ๊อบเลิกสัญญา ITD

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. เปิดเผยว่า รฟท. ได้รายงานกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ที่มีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร เป็นประธาน ในการบอกเลิกสัญญากับ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ผู้รับจ้าง ซึ่งพบว่าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาด้านความปลอดภัย จนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นมูลเหตุที่จะพิจารณาบอกเลิกสัญญาได้

โดยภายในสัปดาห์นี้ การรถไฟฯ จะสรุปข้อมูลเสนอไปที่อัยการสูงสุด ขณะที่การสอบสวนทางอาญา การรถไฟฯ ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะครบถ้วน ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอว่าจะมีการดำเนินคดีส่งฟ้องใครบ้าง ทั้งเรื่องอาญาและทางปกครองที่หารืออัยการสูงสุดจะต้องสอดคล้องกัน เพื่อนำไปสู่การบอกเลิกสัญญาต่อไป

เนื่องจากในการประชุมคณะอนุกรรมการกฎหมายของรฟท. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 69 มีความเห็นว่า การบอกยกเลิกสัญญาจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ มีความจำเป็นต้องหารืออัยการสูงสุด เพื่อให้มีความถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และแนวทางที่ชัดเจน รวมถึงระเบียบพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 103 ซึ่งเกี่ยวข้องในการกรณียกเลิกสัญญา กับประโยชน์ของรัฐและสาธารณะ

ปัจจุบัน โครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญา 3-4 เหลืองานประมาณ 5% เป็นงานก่อสร้างโครงสร้างยกระดับอีก 18 ช่วง และทางวิ่งระดับดินอีก 900 เมตร ซึ่งยอมรับว่า บอกเลิกสัญญา ต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลายส่วน ซึ่ง ประเมินเบื้องต้น ว่า หากยกเลิกสัญญา กระบวนการประมูลเพื่อหาผู้รับจ้างรายใหม่ ต้องใช้เวลาประมาณ 14 เดือน ขณะที่ตามสัญญาอิตาเลียนไทย ก่อสร้างจะสิ้นสุดในเดือนต.ค. 69

“หลังเกิดเหตุเครนหล่น รฟท. สั่งหยุดก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ทุกสัญญาไว้ก่อนเพื่อให้มีการตรวจสอบยืนยัความปลอดภัย ทั้งเครื่องมือ เครื่องจักรและขั้นตอนการปฏิบัติงาน หากไม่มีปัญหาจึงจะเริ่มทำงานต่อได้ ส่วนสัญญา 3-4 ที่เกิดเหตุนั้น จะต้องมีการตรวจสอบด้ายวิศวกรรมเพิ่มเติมเนื่องจากเครนที่หล่นมีน้ำหนัก 400 ตัน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องหรือไม่ รวมถึงต้องรอกระบวนการสอบสวนและการบอกเลิกสัญญาที่ชัดเจนด้วย” นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นและทำให้ต้องหยุดการก่อสร้างเพื่อตรวจสอบ จะส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างโครงการรถไฟไทย-จีน ที่อาจจะต้องล่าช้าออกไปบ้าง ซึ่งจะมีการตรวจเช็คแผนการก่อสร้าง ประเมินงานที่เหลืออย่างละเอียดหลังจากนี้

นอกจากนี้ กรณีเครนหล่นทับขบวนรถโดยสาร ทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยพบว่า จำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้โดยสารก่อนเกิดเหตุ ที่เต็มทุกที่นั่ง ซึ่งการรถไฟฯ จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ฟื้นกลับมาโดยเร็ว และผลกระทบทั้งด้านค่าเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินรถไฟ รวมถึงค่าเสียโอกาส รายได้จากความเชื่อมั่น จะมีการประเมินเพื่อเรียกร้องต่อผู้ที่กระทำความผิดต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)