มองมุมต่าง: เทรนด์หุ้นโลก ยุคความคาดหวัง หุ้นที่ยังไม่มีกำไร กลายเป็นศูนย์กลางการลงทุน

ในช่วงเวลาที่ความคาดหวังของนักลงทุนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ในระดับจำกัด และสัญญาณการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นชั้นนำของโลกยังไม่ชัดเจน พฤติกรรมการลงทุนกำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

นักลงทุนจำนวนมากไม่ได้ยึดติดกับความแน่นอนจากตัวเลขในปัจจุบันเหมือนในอดีต แต่หันไปให้น้ำหนักกับ “ความเป็นไปได้” ในอนาคตมากขึ้น

ในปัจจุบัน เราจะพบว่า หุ้นดีหลายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคงและธุรกิจที่แข็งแรง ยังไม่สามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาได้อย่างโดดเด่นนักอย่างที่คาดหวังไว้ เนื่องจากราคาหุ้นเหล่านี้ได้สะท้อนความคาดหวังไปแล้ว ขณะที่อัพไซด์ในระยะสั้นเริ่มจำกัด

ตรงกันข้าม หุ้นที่ยังไม่มีกำไร หรือมีผลประกอบการอ่อนแอ กลับเปิดพื้นที่ให้มีเรื่องเล่าและจินตนาการของผู้คนในตลาดที่สามารถสร้างความน่าสนใจได้มากกว่า

เนื่องจาก ธีมเปลี่ยนไป ปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้เข้าซื้อในสิ่งที่บริษัทเป็นอยู่ในวันนี้ แต่กำลังลงทุน หรือวัดดวง ในสิ่งที่บริษัทอาจกลายเป็นได้ในอนาคต

แนวคิดของธีมที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึงกลายเป็นแกนหลักของกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหม่ เทคโนโลยีในระยะเริ่มต้น หรืออุตสาหกรรมที่อาจได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรเศรษฐกิจรอบถัดไป

แม้ตัวเลขในงบการเงินของบริษัทนั้นๆ ยังไม่สะท้อนการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม แต่หากเรื่องเล่านั้นสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและทิศทางโลก ตลาดก็พร้อมจะให้มูลค่ากับมันล่วงหน้า

หุ้นที่ยังไม่มีกำไรจึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนเสมอไป ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ฐานกำไรที่ต่ำหมายถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงที่สูง หรืออัพไซด์ที่กว้าง โอกาสการก้าวกระโดด หรือ มี S-curve ค่อนข้างสูง

แค่เพียงมีสัญญาณบวกเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของรายได้ ความคืบหน้าของเทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ก็อาจเพียงพอที่จะเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนได้ ราคาหุ้นจึงเคลื่อนไหวตามความคาดหวังและกระแสข่าว มากกว่าตามผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริง

ตัวอย่าง อาทิ หุ้นบริษัท Palantir (PLTR) ที่เคยเทรด ค่า PE 700 เท่าในปีที่แล้ว แต่ก็เป็น 1 ในหุ้นผลตอบแทนดีที่สุด และมีโบรกไทยออก DR กันแพร่หลาย

แม้กระทั่ง หุ้นธีม Quantum computing อย่างหุ้นบริษัท IonQ Inc (IonQ) หรือ หุ้นบริษัท Rigetti Comuting( RGTI ) เหล่านี้ที่แม้แต่รายได้ยังไม่มี แต่ราคาวิ่งแบบจรวดเทคออฟ

หรือปีนี้ด้วยกระแส SpaceX IPO ก็นำพาหุ้นธีม space อย่าง AST SpaceMobile (ASTS) กับ หุ้น Rocket Lab Corp (RKLB ) ที่ยังไม่มีรายได้ แต่ราคาหุ้นพุ่งทะยานตามกระแส อย่างไม่น่าเชื่อ

กลยุทธ์การลงทุนลักษณะนี้สะท้อนความจริงสำคัญว่า ตลาดยังไม่มั่นใจว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระยะใกล้ หากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตอย่างชัดเจน หุ้นพื้นฐานดีและมีกำไรสม่ำเสมอคงเป็นผู้นำตลาดไปแล้ว

แต่เมื่อความชัดเจนยังไม่เกิดขึ้น เม็ดเงินจึงเลือกไหลไปสู่หุ้นที่ให้โอกาสจากการเปลี่ยนมุมมองมากกว่าการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป

ตลาดหุ้นชั้นนำของโลกในช่วงนี้จึงเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความคาดหวัง มากกว่าขับเคลื่อนด้วยกำไร เป็นสนามที่ให้รางวัลกับนักลงทุนที่อ่านเกมอนาคตได้ก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสนามที่มีความผันผวนและเปราะบางสูง เพราะเมื่อstoryเปลี่ยน ความเชื่อเปลี่ยน ราคาหุ้นก็พร้อมจะปรับตัวลงได้รวดเร็วไม่แพ้ตอนที่ปรับขึ้น

การไล่ตามธีมที่ยังพิสูจน์ไม่ได้และหุ้นที่ยังไม่มีกำไร ไม่ได้สะท้อนความไร้เหตุผลของนักลงทุน หากแต่สะท้อนสภาพตลาดโลกที่กำลังแสวงหา ความหวังตัวถัดไป เพราะมันคือการเทรด คือการเก็งกำไร คือสัญชาติญาณกระหายของมนุษย์

เหมือนอย่างที่คนรอบตัวผู้เขียนชอบถามว่าธีมตัวถัดไปที่นอกเหนือจาก คริปโตฯ ทองคำ เงิน คืออะไรนั้น

ในวันที่ปัจจุบันสภาพตลาดยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน ความเข้าใจจิตวิทยาตลาดมีความสำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์งบการเงินเช่นกันดังที่มีคำกล่าวว่าหุ้นดีกับบริษัทกิจการที่ดีไม่จำเป็นต้องมาคู่กันเสมอไป

ธิติ ภัทรยลรดี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)