OKJ ร่วง 11% โบรก Downgrade หั่นเป้าหลังพลิกขาดทุนครั้งแรกยอดขายหด-รายจ่ายพุ่ง

เมื่อเวลา 10.24 น. OKJ ร่วง 11.74% ลดลง 0.50 บาท มาที่ 3.76 บาท มูลค่าการซื้อขาย 22.91 ล้านบาท จากราคาเปิด 3.52 บาท ราคาสูงสุด 3.76 บาท และราคาต่ำสุด 3.42 บาท

บล.กรุงศรี ปรับคำแนะนำ บมจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ [OKJ] เป็น “ขาย” จากเดิม “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2 บาท จากเดิม 5 บาท

OKJ รายงานผลประกอบการ ไตรมาส 4/68 ต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยพลิกมาขาดทุนสุทธิ 34 ล้านบาท นับเป็นการขาดทุนครั้งแรกของบริษัท แม้หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 17 ล้านบาท จากการย้ายครัวกลางใหม่ก็ยังขาดทุน 17 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้หดตัว รายได้ใน ไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 627 ล้านบาท ลดลง -10% YoY และ -12% QoQ แม้จำนวนสาขาเพิ่มเป็น 77 สาขา (+45% YoY, +7% QoQ) แต่ไม่สามารถชดเชยการอ่อนตัวของยอดขายสาขาเดิมได้ โดยเฉพาะแบรนด์หลัก Ohkajhu (คิดเป็น ~80% ของรายได้รวม) มี SSSG ลดลง -28% อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 40% จากการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเร่งตัวขึ้น +13% YoY เร็วกว่าการเติบโตของรายได้ ตามการขยายสาขา ส่งผลให้ผลประกอบการขาดทุนในไตรมาสนี้ จากผลดังกล่าว กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 70 ล้านบาท ลดลง -65% YoY และต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาดราว 45%

เราคาดว่า OKJ จะยังเผชิญความท้าทายเดิมในปีนี้ และกำไรมีแนวโน้มอ่อนตัว YoY โดยเราได้ปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2569–2570 ลง 60% อยู่ที่ 58 ล้านบาท ลดลง -17% YoY ในปี 2569 จากการปรับลดสมมติฐานรายได้จากคาด SSSG -10% และยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนของการเติบโต ปัญหาเชิงโครงสร้างยังอยู่ที่แบรนด์หลัก Ohkajhu ซึ่งเผชิญความนิยมที่ลดลงจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะที่แบรนด์ใหม่อย่าง Oh!Juice และ Joe’s Wings อยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และยังมีสัดส่วนรายได้รวมเพียงราว 14% ทำให้ไม่สามารถชดเชยการชลอตัวของแบรนด์หลักได้

บริษัทจึงยังต้องพึ่งการขยายสาขาเพื่อหนุนรายได้ ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก่อนรายได้ สะท้อนจาก Gross Margin ที่ลดลงจาก 45–46% มาอยู่ที่ 43% ในปี 2568 และคาดลดลงต่อเนื่องสู่ 41.8% ในปี 2569 ขณะที่สัดส่วน SG&A/Sales เพิ่มขึ้นจาก 34% มาอยู่ที่ราว 39–40% ซึ่งยังเป็นความท้าทายหลักในปีนี้

จากการปรับลดประมาณการผลประกอบการ เราปรับคำแนะนำของ OKJ จาก “ถือ” เป็น “ขาย” ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 44 เท่า PER 2569 ซึ่งสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มร้านอาหารที่ราว 20 เท่า สะท้อน Valuation ที่ตึงตัว และจำกัด Upside ภายใต้แนวโน้มกำไรที่ยังอ่อนแอ โดยปัจจัยบวก (Upside) ได้แก่ SSSG ที่ดีกว่าคาด, อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น, และค่าใช้จ่าย SG&A ที่ควบคุมได้ดีขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)