
ศูนย์กระจายแมลงวันสกรูเวิร์มปลอดเชื้อแห่งแรกบนแผ่นดินสหรัฐฯ ในรอบหลายทศวรรษ ได้เริ่มเปิดดำเนินการในรัฐเท็กซัสเมื่อวันจันทร์ (9 ก.พ.) เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของปรสิตกินเนื้อจากเม็กซิโก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ของสหรัฐฯ
ศูนย์แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ฐานทัพอากาศเดิม ใกล้เมืองเอดินเบิร์ก รัฐเท็กซัส โดยบรูค โรลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ และเกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ร่วมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถปล่อยแมลงวันสกรูเวิร์มปลอดเชื้อเพศผู้หลายล้านตัว ซึ่งเพาะพันธุ์ในเม็กซิโกหรือปานามา ได้ที่บริเวณทั้งสองฝั่งของแนวชายแดน
ในระยะยาว กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ มีแผนสร้างโรงงานเพาะแมลงวันปลอดเชื้อแห่งใหม่ มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐในพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างคาดว่าจะไม่แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2570 ขณะเดียวกัน ทางการยังใช้งบประมาณอีก 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดัดแปลงโรงงานเพาะแมลงวันผลไม้ในพื้นที่ตอนใต้สุดของเม็กซิโก ให้เป็นศูนย์เพาะแมลงวันสกรูเวิร์ม ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงฤดูร้อนปีนี้
กลไกของโครงการนั้นอาศัยการปล่อยแมลงวันปลอดเชื้อเพศผู้ให้ไปผสมพันธุ์กับตัวเมียตามธรรมชาติ โดยตัวเมียจะผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวตลอดช่วงชีวิตวัยโต ส่งผลให้ไข่ที่วางในบาดแผลเปิดหรือบนเยื่อเมือกไม่สามารถฟักเป็นหนอนกินเนื้อได้ ซึ่งปกติแล้วหนอนชนิดนี้สามารถแพร่ระบาดในปศุสัตว์ สัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง และมนุษย์
โรลลินส์ระบุว่า ความคืบหน้าดังกล่าวสะท้อนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับรัฐบาลกลาง รัฐ ไปจนถึงท้องถิ่น ซึ่งช่วยให้สหรัฐฯ ยังไม่พบการระบาดของหนอนกินเนื้อภายในประเทศ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ ได้เปิดศูนย์กระจายแมลงวันปลอดเชื้อที่เพาะจากปานามาในเมืองตัมปิโก ทางตอนกลางของเม็กซิโกเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกราว 330 ไมล์ หรือประมาณ 530 กิโลเมตร ทำให้ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงใกล้พรมแดน
แอ็บบอตต์ชี้ว่า การเปิดศูนย์ในรัฐเท็กซัสถือเป็นมาตรการระยะสั้นที่จำเป็น เพื่ออุดช่องว่างในการควบคุมการแพร่ระบาด ขณะที่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ของเม็กซิโกกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากตัวอ่อนแมลงวันสกรูเวิร์ม และสหรัฐฯ ได้ปิดพรมแดนตั้งแต่เดือน ก.ค. เพื่อระงับการนำเข้าโค กระทิง และม้าจากเม็กซิโก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)




