WealthMePlease: หยุดจนตอนแก่! เปิดสูตรปั้นพอร์ตปูทางสู่วัยเกษียณแบบมีกินมีใช้

การตื่นตัวออมเงินใช้ในวัยเกษียณมากขึ้นเรื่อยๆ อาจเพราะเห็นวัยเกษียณรุ่นก่อนๆ มีเงินเก็บใว้ไม่พอใช้ บางคนก็ติดลบด้วยซ้ำ คือเป็นหนี้อีกต่างหาก คงไม่พอกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณอีก 20-30 ปี เพราะตอนนี้คนเราอายุยืนยาวขึ้นอาจอยู่ได้ถึงอายุ 85-90 ปีแล้วเราจะจัดการหรือวางแผนอย่างไรให้มีเงินพอใช้ในวัยเกษียณได้จริง

นายวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย กล่าวกับ”อินโฟเควสท์” ว่า ปัญหาส่วนใหญ่ของคนไทยวัยเกษียณคือมีเงินไม่พอใช้ จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ครึ่งหนึ่งไม่มีเงินออมไว้ใช้ตอนเกษียณ และบางคนก็ยังมีหนี้ด้วย ส่วนอีกครึ่งก็มีเงินออมไม่มาก หรือมีเพียง 10% ที่มีเงินออมเกิน 4 แสนบาท ก็ถือว่ายังไม่มากพอ จึงน่าเป็นห่วง

ดังนั้น เราควรจริงจังในการเก็บออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ ขณะที่จะไปหวังพึ่งรัฐบาลตคงยาก เพราะเบี้ยยังชีพน้อยมากแค่หลักร้อย

สิ่งที่ควรทำคือเริ่มฝึกออมเงินตั้งแต่อายุยังน้อย หรือเริ่มต้นทำงานเดือนแรกๆ มีเงินเดือน หักเงินมาเก็บออมไว้อีกบัญชี หรือซื้อกองทุนเพื่อให้เงินงอกเงย เรียกว่า “ออมก่อนใช้” เป็นการฝึกวินัยการออม เริ่มต้นหัก 10% หรือถ้าพอไหวก็หัก 20% และย้ำว่าไม่ว่าเงินเดือนจะมากหรือน้อยก็ต้องออมเงิน

เงินที่เหลือจะต้องใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ไม่ใช้จ่ายเกินตัว ที่สำคัญต้องไม่ก่อหนี้จนเกินตัว เพราะจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมา แม้ว่าปัจจุบันมีสิ่งล่อใจให้เราใช้เงินไปใช้จ่ายซื้อของที่ไม่จำเป็นค่อนข้างมากก็ตาม

มนุษย์เงินเดือน มีช่องทางการออมทั้งระบบกองทุนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ที่ช่วยเก็บเงินเพื่อใช้ยามเกษียณ แต่ก็พบว่าทั้ง 2 ระบบก็ยังไม่พอเพียงอยู่ดี ที่สุดอาจจะเก็บได้ประมาณ 2 ล้านบาท ทั้งที่จริงๆ แล้วจำนวนเงินที่เตรียมไว้ใช้ในยามเกษียณควรมีประมาณ 5-10 ล้านบาท หรือใครจะเกษียณก่อนอายุ 60 ปีก็ต้องมีเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป

เมื่อมาเจาะในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายวิน พบว่า มีการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นไทยและตราสารหนี้ไทย ซึ่งที่ผ่านมาหุ้นไทยติดลบ ตราสารหนี้ไทยก็มีผลตอบแทนน้อยมาก ฉะนั้น จึงไม่ควรลงทุนแค่ในประเทศ แต่ควรกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นโลก ตราสารหนี้โลก เพื่อหาผลตอบแทนที่ดีขึ้น

หรือใช้วิธีการลงทุนตามช่วงอายุ (Life Path) โดยผู้ลงทุนที่ยังอายุน้อย สามารถลงทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงได้สูง ที่จะทำให้พอร์ตลงทุนโตเร็ว โดยให้มีสัดส่วน 80-85% ต่อมาเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนอาจปรับลดการลงทุนหุ้นเหลือครึ่งหนึ่ง และเมื่อเข้าใกล้วัยเกษียณ การลงทุนหุ้นจะลดสัดส่วนเหลือ 30% และถึงแม้จะอยู่วัยเกษียณก็ยังคงต้องลงทุนหุ้น 30% เพื่อสร้างการเติบโต และเพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ

นายวิน กล่าวว่า ทั้งระบบประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมกันแล้วอาจได้เงินใช้เกษียณ จึงแนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพหลังเกษียณ (RMF) อีกทาง โดย RMF สามารถกระจายการลงทุนได้ทั่วโลก และทองคำ ซึ่งเราสามารถลงทุนได้เอง โดยนายวินแนะนำว่า ควรจัดพอร์ตแบบ Core Port กระจายลงทุนหุ้นโลก ซึ่งการลงทุนหุ้นในระยะยาวผลตอบแทนชนะตราสารหนี้ จึงชวนทุกคนมาจริงจังกับการวางแผนเกษียณเพื่อให้ใช้ชีวิตตอนแก่อย่างสบาย!!

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)