ราคาน้ำมันดีดแรงเช้านี้ วิตกความตึงเครียดตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียเช้าวันนี้ (17 มี.ค.) โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ

ณ เวลา 09.03 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้น 2.66% สู่ระดับ 102.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้น 2.68% สู่ระดับ 94.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย โดยเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ขณะที่อิหร่านขู่โจมตีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นท่าเรือส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่านในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้หลายประเทศอย่างน้อย 7 ประเทศ รวมถึงจีน ช่วยเปิดเส้นทางการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่คำเรียกร้องดังกล่าวถูกปฏิเสธเป็นส่วนใหญ่ โดยพันธมิตรหลายประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่มีแผนส่งเรือไปยังตะวันออกกลางในทันที

การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นสำคัญของสงครามครั้งนี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นประมาณ 20% ของอุปทานน้ำมันโลก โดยอิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเมื่อวานนี้ว่า เรือขนส่งก๊าซที่ติดธงอินเดียและปากีสถานบางลำสามารถผ่านช่องแคบดังกล่าวได้สำเร็จ หลังจากอิหร่านส่งสัญญาณว่าจะอนุญาตให้เรือจากบางประเทศผ่านได้ และจะโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และพันธมิตร

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันเคยร่วงลงกว่า 5% หลังมีรายงานว่าเรือบางส่วนยังสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเส้นทางยังคงถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่ และความพยายามของสหรัฐฯ ในการขอความร่วมมือจากพันธมิตรเพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

บรรดานักลงทุนจับตาผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากสงครามในอิหร่าน เนื่องจากมีความกังวลว่าเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยราคาพลังงานอาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

ทั้งนี้ ธนาคารกลางรายใหญ่หลายแห่ง ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีกำหนดจัดการประชุมในสัปดาห์นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)