
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่า เขาต้องการเลื่อนทริปเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อพบปะกับปธน.สี จิ้นผิง ออกไปอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากการสู้รบกับอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ
ทรัมป์กล่าวถึงทริปเยือนดังกล่าวซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย. ว่า “ผมเองก็อยากไป (เยือนจีน) นะ แต่เพราะสงครามที่เกิดขึ้น ผมเลยอยากอยู่ที่นี่ ผมต้องอยู่ที่นี่” และ “ดังนั้น เราเลยขอเลื่อนกำหนดการออกไปประมาณ 1 เดือน”
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังคงกล่าวถึงปธน.สี โดยยืนยันคำเดิมว่า “ผมตั้งตารอที่จะไปพบเขา เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก”
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับบรรดานักข่าวว่า การประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และปธน.สี ผู้นำจีน อาจถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากปธน.ทรัมป์กำลังให้ความสำคัญกับการทำสงครามกับอิหร่าน
แคโรไลน์กล่าวว่า “ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด สิ่งสำคัญอันดับแรกของท่านประธานาธิบดีคือ การทำให้ปฏิบัติการ Epic Fury ประสบความสำเร็จ ดังนั้น เราจะแจ้งกำหนดการใหม่ให้ทราบทันทีที่เป็นไปได้”
นอกจากนี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้แถลงภายหลังการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของจีนในกรุงปารีสว่า ปธน.ทรัมป์ต้องการพำนักอยู่ในกรุงวอชิงตันเพื่อ “ประสานงานด้านการสงคราม”
“การเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลาเช่นนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมนัก” เบสเซนต์กล่าว
จากการที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีความสำคัญยิ่ง ส่งผลให้ทรัมป์เพิ่มแรงกดดันต่อประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อให้ส่งเรือรบเข้ามาช่วยคุ้มครองเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญระดับวิกฤตนี้
ทั้งนี้ ทรัมป์มีกำหนดการเปิดทำเนียบขาวต้อนรับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดีนี้ (19 มี.ค.) ซึ่งอาจเป็นสถานการณ์ที่สร้างความลำบากใจให้กับผู้นำญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





