
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร [DRT] เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายรายได้ปี 69-71 เติบโตเฉลี่ย 2-5% ต่อปี ผ่านกลยุทธ์หลากหลายมิติ ทั้งขยายตลาดด้วยกลยุทธ์ OEM ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง รวมทั้งขยายฐานส่งออกในต่างประเทศ
ขณะที่ตลาดในประเทศจะมุ่งเน้นกลุ่มงานภาครัฐ หรือลูกค้าที่ไม่ใช่ภาคเอกชน เช่น ศาสนสถาน (วัด) และโครงการแนวสูง มากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดบ้านจัดสรรแนวราบที่ชะลอตัว รวมทั้งรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ระดับไม่ต่ำกว่า 20% ผ่านการบริการต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย รักษาสภาพคล่อง รวมทั้งลดสินค้าคงคลัง (Inventory) โดยในปีนี้จะไม่มีการลงทุนเพิ่มอีก
ในปี 68 ที่ผ่านมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ยอดขายจากกัมพูชาลดลง จากเดิมที่มีสัดส่วนมากกว่า 50% ปัจจุบันเหลือแค่ 20-30% ซึ่งในปีนี้คาดยอดขายกัมพูชายังไม่กลับมาเติบโตในระดับเดิม จึงต้องขยายไปตลาดอื่น อาทิ เมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์ โดยปัจจุบันสัดส่วนส่งออกอยู่ที่ 15% ของรายได้รวม
สำหรับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มองว่าเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่บริษัทยังบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนพลังงานมีสัดส่วนเพียง 8% ของต้นทุนรวม และยังมีวัตถุดิบเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาปูนซีเมนต์ที่เป็นวัตถุดิบหลัก 50% ของต้นทุนการผลิตรวม หากราคาปรับขึ้นก็จะกระทบต่อต้นทุนของบริษัทในไตรมาส 2/69
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สต็อกสินค้าเดิมสามารถรองรับความต้องการลูกค้าได้ประมาณ 2 เดือนในราคาเดิม แต่สำหรับรายการสินค้าใหม่ที่ต้องนำเข้าอาจต้องปรับราคาไปตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง โดยบริษัทจะส่งผ่านต้นทุนนี้ไปยังลูกค้าผ่านการปรับขึ้นราคาใหม่ โดยมีการสื่อสารกับลูกค้าอยู่เสมอ
นายสาธิต กล่าวอีกว่า บริษัทได้ก้าวสู่ปีที่ 41 โดยในช่วงกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมาได้เพิ่มศักยภาพทุกมิติ ทั้งการพัฒนาช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุม ทีมผู้บริหาร สินค้าและบริการที่หลากหลายพร้อมโซลูชันครบวงจร สร้างการยอมรับในแบรนด์ “ตราเพชร” ด้วยการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน บริษัทจึงพร้อมคว้าทุกโอกาสและรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างปี 69 ยังคงทยอยฟื้นตัว
“หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และดีมานด์วัสดุก่อสร้าง และจากศักยภาพของประเทศไทยที่เหมาะกับการอยู่อาศัยหลังเกษียณ จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเข้ามาพักอาศัยของชาวต่างชาติ” นายสาธิต กล่าว
นางสาวพิชญานันท์ ล้อวรลักษณ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการขายและการตลาด DRT กล่าวว่า บริษัทเพิ่มศักยภาพธุรกิจ โดยยกระดับจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง สู่การเป็น “Fully Integrated One-Stop Solution Provider” ที่ครอบคลุมทั้งสินค้า การจัดส่ง ติดตั้งและบริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมการวางกลยุทธ์หลากหลาย เพื่อคว้าทุกโอกาสและเติบโตอย่างมั่นคง ได้แก่
1. Service Integration โดยมีครบทั้ง “สินค้า- บริการ – การจัดส่ง” อาทิ กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์, กระเบื้องหลังคาคอนกรีต, ไม้สังเคราะห์, อิฐมวลเบา, โครงหลังคาสำเร็จรูป, พื้น SPC, บริการติดตั้งหลังคา, พื้น SPC, เปลี่ยนและทาสีหลังคา ตลอดจนการจัดส่งสินค้าแบบ On-Time Delivery (รัศมี 300 กิโลเมตร ส่งถึงภายใน 24 ชั่วโมง) โดยลูกค้าไม่ต้องประสานงานกับซัพพลายเออร์หลายราย
2. Market Development การขยายตลาดด้วยการจ้างผลิตสินค้า (OEM) ภายใต้มาตรฐานของ DRT และมุ่งเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มผ่านกลยุทธ์ Precision Segmenting เช่น หลังคายูพีวีซี สำหรับฟาร์มและงานต่อเติม, ไม้สังเคราะห์ WPC เอ็กซ์ทรูชิลด์ และหลังคาเหล็กเคลือบผิวด้วยหินธรรมชาติ สำหรับโรงแรมและรีสอร์ท
3. Product Differentiation สร้างความแตกต่างด้วยสินค้านวัตกรรม “Diamond Well-being” ภายใต้แนวคิด”บ้านที่ดีไม่ใช่แค่แข็งแรงและสวยงาม แต่ต้องดูแลสุขภาพของคนในบ้าน” ที่ตอบโจทย์ 4 มิติ ได้แก่ Feel Calm ลดเสียงรบกวน, Feel Cool ลดความร้อนสะสม, Feel Clean ป้องกันความชื้น และ Feel Comfort ทนทาน ลดค่าบำรุงรักษา
4. Channel Strategy มีช่องทางเข้าถึงลูกค้าทั้ง Online และ Offline ครบทุก Touchpoint ได้แก่ Shopee เพื่อเป็น Digital Showroom และช่องทางขายสินค้าชิ้นเล็ก, ช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่, ร้านค้าผู้แทนจำหน่าย และโครงการอสังหาฯ เป็นสัดส่วนรายได้หลัก และกำลังขยายฐานลูกค้าภาครัฐและเอกชน
5. Extensive Marketing สร้างการรับรู้แบรนด์ “ตราเพชร” ในวงกว้างและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างบ้านผ่านการใช้ Media & Influencer
6. Cost Leadership ช่วยลูกค้าลดต้นทุนและสร้าง Loyalty โดยนำเสนออิฐมวลเบา Max Block ช่วยลดต้นทุนแรงงานและวัสดุ ก่อสร้างรวดเร็ว
7. Roadmap สู่ “Regional Player” เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน โดยวางแผนเพิ่มยอดขายในภูมิภาคอาเซียนและจะเร่งเดินเครื่องจักรโรงงานอิฐมวลเบา AAC 2 ให้เต็มประสิทธิภาพ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)






