
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอแนะ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยมิชอบด้วยกฎหมายของคนต่างด้าว ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ ประกอบด้วย
1. ด้านการแก้ไขปัญหาการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ของคนต่างด้าว
2. ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม กำกับดูแลการประกอบธุรกิจนำเที่ยว
3. ด้านการเสริมสร้างศักยภาพมัคคุเทศก์ไทย และการแก้ไขปัญหามัคคุเทศก์เถื่อนต่างชาติ
4. ด้านการควบคุมกำกับดูแลร้านค้า สถานประกอบการที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทนำเที่ยว
5. ด้านการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยว โดยหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของกลุ่มนายทุนต่างชาติ การเสริมสร้างกลไกการกำกับดูแลในการประกอบธุรกิจนำเที่ยว และการคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมโอกาสในการดำเนินธุรกิจ และการประกอบอาชีพของผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ไทย ตลอดจนเพื่อป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานว่า ธุรกิจนำเที่ยว ถือเป็นธุรกิจสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย แต่กลับพบนายทุนต่างชาติบางกลุ่ม มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยว รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ อย่างครบวงจร ทั้งธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ยานพาหนะรับส่งนักท่องเที่ยว ร้านจำหน่ายสินค้า/ของที่ระลึก และธุรกิจบริการอื่น ๆ ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตกเป็นของกลุ่มทุนต่างชาติ
อีกทั้งพบพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เช่น กรณีของกลุ่มนายทุนจีน ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ขายแพ็กเกจทัวร์ในราคาต่ำกว่าทุน ส่งผลให้ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวของคนไทย ไม่สามารถแข่งขันในด้านราคาและคุณภาพได้อย่างเป็นธรรม รวมทั้งแสวงหาผลกำไรจากนักท่องเที่ยวอย่างไม่สุจริต โดยการแนะนำให้ซื้อสินค้า หรือใช้บริการตามร้านค้า และสถานประกอบการในเครือข่ายของตน ซึ่งกำหนดราคาไว้สูงเกินปกติ
นอกจากนี้ มีการใช้คนต่างชาติมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ ส่งผลให้เกิดปัญหามัคคุเทศก์ต่างด้าวแย่งอาชีพสงวนของคนไทย โดยพบพฤติกรรมการข่มขู่ บังคับ นักท่องเที่ยวซื้อสินค้า การให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างไม่ถูกต้อง รวมทั้งการละทิ้งนักท่องเที่ยว
ซึ่งจากสภาพปัญหาดังกล่าว ถือเป็นปัญหาเรื้อรังมานานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคมและภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญเกิดจากการอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐยังขาดมาตรการ หรือกลไกในการควบคุมกำกับดูแล หรือตรวจสอบการประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจเกิดจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบางราย ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีการเรียกรับสินบนหรือผลประโยชน์ตอบแทนจากผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อแลกกับการได้รับความคุ้มครองหรืออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





