หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าขึ้นรับ Sentiment บวกน้ำมันพุ่ง-ฮอร์มุซเปิด ฝ่าแรงขายลดเสี่ยงก่อนหยุดยาว

นักวิเคราะห์ฯ เผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นรับ Sentiment บวกข่าวอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซแม้ยังเก็บค่าผ่านทาง อย่างไรก็ตามวันนี้คาดวอลุ่มเบาก่อนหยุดยาวอาจมีแรงขายลดเสี่ยง ให้กรอบแนวรับ 1,460-1,464 จุด และแนวต้าน 1,480 จุด ถัดไป 1,500 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้มีโอกาสปรับขึ้นรับปัจจัยบวกสถานการณ์ในต่างประเทศ หลังมีรายงานว่าอิหร่านอาจปูทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แม้ยังเก็บค่าผ่านทาง แต่ก็ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันขาดแคลนในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายวันนี้คาดว่าจะเบาบาง เนื่องจากตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาคปิดทำการในวัน Good Friday ประกอบกับ ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ จะปิดทำการในวัน Easter Monday ต่อเนื่องกับวันหยุดจักรีของไทยในต้นสัปดาห์หน้า ทำให้นักลงทุนอาจขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดยาว

สำหรับประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเคยระบุว่าจะยุติสงครามใน 2-3 สัปดาห์ แต่ยังมีความเสี่ยงที่สหรัฐอาจเปิดฉากโจมตีอย่างหนักก่อนการเจรจา ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อกว่าคาด จับตาวันที่ 6 เม.ย.ครบกำหนดเส้นตาย 10 วันที่ทรัมป์ได้ขีดไว้

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเมื่อคืนนี้ปรับขึ้นแรง จากความไม่แน่นอนของสงคราม แต่ถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานในตลาดบ้านเรา จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ดัชนีขึ้นไปได้ แต่อาจยังขยับขึ้นจำกัด เนื่องจากแรงขายก่อนเข้าวันหยุด และสงครามในตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน

ประเมินกรอบแนวรับที่ 1,460 – 1,464 จุด และแนวต้านที่ 1,480 จุด หากผ่านไปได้มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 1,500 จุด

 

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

 

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,504.67 จุด ลดลง 61.07 จุด หรือ -0.13%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,582.69 จุด เพิ่มขึ้น 7.37 จุด หรือ +0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,879.18 จุด เพิ่มขึ้น 38.23 จุด หรือ +0.18%

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,039.40 จุด เพิ่มขึ้น 576.13 จุด หรือ +1.10% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,927.59 จุด เพิ่มขึ้น 8.30 จุด หรือ +0.21% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.25% ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงและตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดทำการวันนี้ เนื่องในวัน Good Friday

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (2 เม.ย.) 1,465.72 จุด ลบ 5.27 จุด (-0.36%) มูลค่าซื้อขายราว 55,258.53 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (2 เม.ย.) 2,056.53 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.( 2 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 11.42 ดอลลาร์ หรือ 11.41% ปิดที่ 111.54 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด ( 2 เม.ย.) อยู่ที่ 60.52 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.62 จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ คาดกรอบวันนี้ 32.45-32.75

– คลังลุยเฉือนภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาท บังคับใช้เป็นระยะเวลา 30 วัน ไล่บี้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันคุมเพดานค่าการกลั่นทันที! พร้อมออกมาตรการกำหนดราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น เตรียมเสนอครม.อนุมัติ 6 เม.ย.นี้ รัฐประเมินลดภาษีสูญเสียรายได้ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน เบรกสินค้าขึ้นราคาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

– นายกเอทานอลเสนอรัฐดัน E20 ยาว สร้างความมั่นคงพลังงาน ชี้ถูกกว่าเบนซินมาก แนะลดชนิดน้ำมัน เพิ่มหัวจ่าย E20 ให้ส่วนต่างจูงใจ นำกองทุนน้ำมันสร้างเสถียรภาพลดอุดหนุน ชี้เทรนด์โลกกำลังมุ่งพลังงานไบโอ ด้าน UBE รับผลงานไตรมาส 2 สวย ดีมานด์เอทานอลเข้า แป้งออเดอร์เข้าแรง บาทอ่อน ไม่โดนภาษีสหรัฐ

– “พลังงาน” เปิดแผนวิกฤติน้ำมัน 3 ระดับ จับตาเคลื่อนสู่ ระดับ 2 กระทบซัพพลายน้ำมันราคาพุ่ง ชี้เข้าระดับ 3 เปิดทางโรงกลั่นรับ คุณภาพน้ำมันทุกเกรด ผ่อนเกณฑ์คุณภาพน้ำมัน “เอสเอ็มอี” รับแรงกระแทกต้นทุนก่อนใคร ภาคอุตสาหกรรมผวา “เม็ดพลาสติก” ราคาพุ่ง 80-90% “ค้าปลีก” ชี้วิกฤติรอบนี้ “เกมเชนเจอร์” ธุรกิจโรงแรมวอนรัฐช่วยอุ้มต้นทุนเอกชน

– “แบงก์ชาติ” เปิดเผย “หนี้ครัวเรือนไทย” ไตรมาส 4 ปี 68 ขยับขึ้นแตะ 16.44 ล้านล้านบาท ดันสัดส่วนต่อ “จีดีพี” เป็น 86.7% แม้เพิ่มแบบไม่เร่งตัว แต่โครงสร้างหนี้ยังน่าห่วง พบหนี้ในระบบทรงตัว สวนทางกับหนี้ที่อยู่นอกภาคการเงิน เช่น สหกรณ์ กลุ่มลีสซิ่ง สินเชื่อบุคคล โรงรับจำนำพุ่ง ย้ำครัวเรือนไทยเปราะบางสูง

– ม.หอการค้าไทย เปิดผลกระทบราคาดีเซลพุ่ง 14.30 บาท พบ 10 ธุรกิจกระทบหนัก โดยเฉพาะภาคขนส่ง ดันเงินเฟ้อพุ่ง 4.56% บริโภคเอกชนหายวับเฉียดแสนล้านบาท ฉุดจีดีพีดิ่ง 0.56%

– ครม.ชุดใหม่เตรียมเข้าถวายสัตย์ฯ จันทร์นี้ นัดประชุม ครม.นัดพิเศษ ก่อนแถลงนโยบาย “หนู-หนิม-เชน” ขึ้นตึกไทยฯ กินข้าวเที่ยง ประสานเสียงหลุด พ้นความขัดแย้ง เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี มีเสถียรภาพ “ปกรณ์” เผยคิดหนักก่อนรับเป็นรองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล แต่ไม่ขอสังกัดพรรค ไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง

– การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินสถานการณ์ช่วงเดือนมี.ค.พบเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ททท. จึงได้เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก มุ่งเน้นการกระตุ้นตลาดระยะใกล้ อาทิ จีน มาเลเซีย อินเดีย ซึ่งเป็นฐานใหญ่เพื่อเป็นตลาดทดแทน เร่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพด้วยกิจกรรมอีเวนต์และคอนเสิร์ตระดับโลก

 

หุ้นเด่นวันนี้

 

– BCH (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 11 บาท คาดรายได้เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง มี upside จากอัตราค่าบริการต่อหัวเพิ่มขึ้นของ สปส. หนุนกำไร 6-12% มอง BCH ซื้อขาย -2 SD ของ PE ปี 69 เป็น Valuation ต่าสุดในรอบ 10 ปี นอกจากนี้ ยังมีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษในช่วงครึ่งหลังปี 69 ช่วยเพิ่ม upside ให้กับปันผลปัจจุบันระดับ 4% คาด BCH จะสามารถขยายฐานผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเกิน 1 ล้านราย จากการเปิด รพ.ใหม่ 2 แห่งในระยอง-ย่านสนามบินสุวรรณภูมิ กำหนดเปิดปี 70-71

– SCB (พาย)”ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 149 บาท แนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 คาดกำไรสุทธิปรับขึ้น QoQ จากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง และทรงตัว YoY

– CPF (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24 บาท ยังได้อานิสงส์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์แนวโน้มขึ้นตามราคาน้ำมัน ล่าสุด หมูไทยขึ้นเป็น 68 บาท/กก.จากปลาย มี.ค.ที่ 62 บาท/กก. ไก่ไทยขึ้นเล็กน้อยเป็น 44 บาท/กก. ราคาหมูเวียดนามยืนที่ 6.3 หมื่นด่อง/กก.เหลือหมูจีนยังต่ำ 9.4 หยวน/กก. นอกจากนี้ คาดได้ส่วนแบ่งกำไร CPALL ยังแข็งแรงจาก SSSG เป็นบวก และคาดสามารถปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุน ราคาหุ้นยัง Laggard เทรด PER ราว 10 เท่า และให้ปันผล 5% ซึ่งยังไม่แพง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 69)