
นักวิเคราะห์ฯ คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ มีปัจจัยหนุนจากหุ้นในกลุ่มน้ำมันที่รับอานิสงส์จากการที่ราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับตัวขึ้นหลังสถานการณ์ไนตะวันออกกลางยืดเยื้อ และอาจมีแรงเก็งกำไรผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกเข้ามาหนุนในระยะสั้น แต่ยังคงมีความผันผวน จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมให้แนวต้าน 1,490 จุด แนวรับ 1,470 จุด
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ โดยที่มีแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มน้ำมันที่กลับมาได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ แม้ว่ายังมีความกังวลความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ
ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังอาจจะมีการเก็งกำไรผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรกเข้ามาหนุนได้ในระยะสั้น แต่มองว่าดัชนีอาจจะมีความผันผวนได้ ในช่วงที่ยังมีความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลางอยู่
โดยให้แนวต้าน 1,490 จุด แนวรับ 1,470 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (22 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,490.03 จุด เพิ่มขึ้น 340.65 จุด หรือ +0.69%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,137.90 จุด เพิ่มขึ้น 73.89 จุด หรือ +1.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,657.57 จุด เพิ่มขึ้น 397.60 จุด หรือ +1.64%
– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกส่วนใหญ๋ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 5959,758.64 จุด เพิ่มขึ้น 172.78 จุด หรือ +0.29%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,110.79 จุด เพิ่มขึ้น 4.53 จุด หรือ +0.11% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,098.81 จุด ลดลง 64.43 จุด หรือ -0.25%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (22 เม.ย.) 1,479.74 จุด ลดลง 3.76 จุด (-0.25%) มูลค่าซื้อขาย 59,498.43 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (22 เม.ย.) 1,842.54 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. (22 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ 3.67% ปิดที่ 92.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (22 เม.ย.) อยู่ที่ 22.40 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 32.28/30 อ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค เกาะติดเจรจาหยุดยิง-ประชุมธนาคารกลางหลายแห่ง
– 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ เคาะกรอบงบปี 70 แตะ 3.78 ล้านล้าน “สศช.-ธปท.” ลด GDP รับความเสี่ยงปี 70 โตแค่ 1.4-1.5% ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลก “รัฐบาล” เร่งเพิ่มรายได้-คุมขาดดุล หนี้สาธารณะต่อ GDP ปริ่มเพดาน 69.4% “เอกนิติ” ยังไม่ขยายเพดานหนี้ จ่อดึงงบค้างท่อแสนล้าน เตรียมดัน พ.ร.บ.โอนงบปี 69 ตุนกระสุน 0.95-1.25 แสนล้าน
– ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิง เปิดทาง 2 ประเทศยุติสงคราม แต่ยังปิดล้อมฮอร์มุซ อิหร่านชี้กลอุบายซื้อเวลาเตรียมพร้อมถล่ม ยังไม่กำหนดวันเจรจารอบ 2 ที่อิสลามาบัด IRGC ยิงเรือสินค้าอีก
– ศาลรัฐธรรมนูญสั่งพยานผู้เชี่ยวชาญคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแจงใน 15 วัน ขณะที่ “อนุทิน” ปิดปากศักดิ์สยามรอดดาบปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ด้าน “มาร์ค” ดับเครื่องชน ป.ป.ช. จองกฐินแรก ไล่บี้แจงยกคำร้องคดีซุกหุ้นน้องชายเนวิน ชี้สั่นคลอนศรัทธา ซ้ำเติมรวบอำนาจองค์กร มั่นใจคิวร้องสอบต่อยาวเป็นหางว่าว ขณะที่ ป.ป.ช.เปิดโต๊ะแถลง 23 เม.ย. เคลียร์ปม 2 มาตรฐานคดีบิ๊กภูมิใจไทย
– สศช.-ธปท.หั่นจีดีพีปี 69 เหลือ 1.4-1.5% จากเดิมคาดโต 1.7% ก่อนจะฟื้นตัวมาเติบโตที่ 2.2-2.3% ปี 70 แต่ลดลงจากเดิม 2.6% ที่เคยคาดไว้ชี้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สงครามตะวันออกกลางปัญหาพลังงานกดดันเศรษฐกิจฉุดแนวโน้มโตต่ำกว่ากรอบเดิมขณะที่ที่ประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจเคาะงบปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เร่งหารายได้-คุมขาดดุล รับหนี้สาธารณะจ่อชนเพดาน 70%
– ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มี.ค.ปรับลดต่อเนื่อง ส.อ.ท. ชี้พิษสงครามดันพลังงาน-ค่าขนส่งพุ่งดีเซลทะลุ 40 บาท ซ้ำเติมต้นทุนผู้ประกอบการหวั่นกระทบส่งออก ห่วงโซ่การผลิต และเศรษฐกิจไทย
– อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีและแผนดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ประกาศราคาแนะนำการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในแต่ละจังหวัด
หุ้นเด่นวันนี้
– PTTGC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 38.3 บาท อุปทานปิโตรเคมีโลกตึงตัวจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ทำให้กำลังการผลิตหายไปราว 40 ล้านนตัน ลบล้างภาวะ oversupply และหนุนส่วนต่างราคากลับมาแข็งแกร่ง มีโอกาสเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น ปรับประมาณการกาไรปี 2569–70 จาก”ขาดทุน”เป็น”กำไร”ราว 1.15 หมื่นลบ./ปี หนุนจาก spread ปิโตรเคมีและGRM ที่ดีขึ้น แม้มีแรงหักล้างจาก hedging loss น้ำมัน กำไรเริ่มฟื้นตั้งแต่ไตรมาส 1/69 (~2.2 พันลบ.) และมีโมเมนตัมต่อในไตรมาส 2/69 จาก GRM และ spread ที่เพิ่มขึ้น แม้ยังถูกกดดันบางส่วนจากขาดทุนสต็อกและ hedge
– KKP (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 92 บาท แนวโน้มรายได้ Non-NII ดีต่อเนื่อง คาดแรงส่ง Wealth Management ไปกับภาพตลาดหุ้นหลักโลกทำ All New High ต่อเนื่อง ธุรกิจหลักขาดทุนรถยึด สัญญาณดีหนุนเราปรับเพิ่มกำไร 8-12% คาดกำไรสุทธิปี 2026F +17%y-y
– DELTA (ฟันันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 300 บาท คาดกำไรไตรมาส 1/69 ยังทำ New High ที่ 8.33 พันลบ. +16%q-q, +67%y-y หนุนจากรายได้เติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง แม้กลุ่ม EV จะชะลอ แต่กลุ่ม AI ที่โตแกร่งชดเชยได้ทั้งหมด ขณะที่ Gross Margin คาดยังอยู่ในระดับสูง เราคาดกำไรสุทธิปี 69-71 +32% CAGR และได้ Sentiment บวกจากแรงซื้อหุ้นกลุ่ม Tech-AI ทั่วโลก ซึ่งกระทบจำกัดจากสงคราม อย่างไรก็ตาม Valuation ค่อนข้างสูงและติด Cash Balance จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)





