หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐคลายกังวลสงครามตอ.กลาง แต่กลุ่มพลังงานอาจกดดัน-จับตางบบจ.

นักวิเคราะห์ฯ คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับตัวขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลี่คลายหลังสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงยุติสงคราม และ Sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นอาจถูกจำกัดจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยให้กรอบแนวรับ 1,500 จุด และแนวต้าน 1,530 จุด

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีปรับขึ้น จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ลดระดับความรุนแรงลงต่อเนื่อง หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงถึง 8% เมื่อวานที่ผ่านมา

ขณะเดียวตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq และ S&P500 ต่างปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ซึ่งถือ

เป็น Sentiment ที่ดีและจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ โดยประเมินว่ากลุ่มที่นำตลาดในวันนี้ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ และกลุ่มที่ปรับตัวลงแรงช่วงสงคราม เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการปรับตัวขึ้นของดัชนีอาจถูกฉุดรั้งจากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมัน

และก๊าซ (Oil & Gas) และกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้

สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามในวันนี้ คือ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ ADVANC, TRUE ,GULF, GPSC

โดยให้กรอบแนวรับ 1,500 จุด และแนวต้าน 1,530 จุด

 

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (6 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,910.59 จุด เพิ่มขึ้น 612.34 จุด หรือ +1.24%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,365.12 จุด เพิ่มขึ้น 105.90 จุด หรือ +1.46% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,838.94 จุด เพิ่มขึ้น 512.82 จุด หรือ +2.02%

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 60,241.31 จุด เพิ่มขึ้น 728.19 จุด หรือ +1.22% และหลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 2,261.87 จุด หรือ +3.80% แตะที่ระดับ 61,774.99 จุด

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,531.35 จุด เพิ่มขึ้น 317.57 จุด หรือ +1.21% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,168.45 จุด เพิ่มขึ้น 8.28 จุด หรือ +0.19%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (6 พ.ค.) 1,516.91 จุด เพิ่มขึ้น 26.81 จุด (+1.80%) มูลค่าซื้อขาย 82,023.35 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (6 พ.ค.) 137.10 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. ( 6 พ.ค.)ลดลง 7.19 ดอลลาร์ หรือ 7.03% ปิดที่ 95.08 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 พ.ค.) อยู่ที่ 30.19 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.25/27 อ่อนค่า จับตาค่าเงินเยนหลังแข็งค่ามาก คาดกรอบวันนี้ 32.00-32.40

– “เอกนิติ” เดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์” อีกครั้งหลังไม่ได้ข้อสรุปมา 20 ปี นำผลศึกษาเดิมมาปรับปรุง เพิ่มปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมประเมินผลกระทบรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ชุมชน ยึดเส้น 90 วันรู้ผล เปิดช่องใช้ พ.ร.บ.EEC แทน ยกร่างกฎหมายใหม่ “คมนาคม” ดันผลศึกษา สนข.ร่วมสรุปแนวทาง ชี้ลงทุน 9.9 แสนล้าน

– เงินเฟ้อพุ่งขึ้นเร็วตั้งแต่ไตรมาส 2 จากผลกระทบสงครามอิหร่าน ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เผย เม.ย.พุ่ง 2.89% สูงสุดรอบ 38 เดือน สนค.คาดทั้งปี อยู่ที่ 1.5-2.5% จับตาผู้ผลิตรายใหญ่ขึ้นราคา หวั่นอาหารจานเดียวพุ่งทั่วประเทศ “นักเศรษฐศาสตร์” ห่วงเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นระยะสั้น พุ่งเร็วตั้งแต่ไตรมาส 2 คาดแตะ 4-5% บางช่วงของปี

– “ติ๊กต็อก” ทุ่มงบมหาศาล 8.4 แสนล้านบาท ปักหมุดไทยฐานธุรกิจหลักในภูมิภาค เดินแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดันดาต้าเซนเตอร์เพิ่มความสามารถแข่งขันดิจิทัล หลังบอร์ดบีโอไออนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 6 โครงการรวมติ๊กต็อก มูลค่าทะลุกว่า 9.5 แสนล้านบาท พร้อมไฟเขียวเพิ่ม 9 โครงการเข้า Thailand FastPass ผนึกกระทรวงพลังงาน ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ารับการลงทุนระยะยาว

– “พิพัฒน์” มอบนโยบาย รฟม. เร่ง Single Ownership ย้ำเป้า 1 ม.ค. 70 ต้องเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารร่วมในรถไฟฟ้า ผู้ว่ารฟม. เผย ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาร่วมกับกรมราง-สนข.ก่อนชงบอร์ด เพื่อเสนอครม. ก่อนเจรจาแก้สัมปทาน BEM-BTS

– FETCO หนุนรัฐบาลกู้เงิน 4 แสนล้านบาท รับมือวิกฤตพลังงาน ชี้หัวใจอยู่ที่การใช้เงินอย่างคุ้มค่า แนะเร่งลงทุนพลังงานทางเลือกเพื่อลดพึ่งพาต่างประเทศ ด้าน ก.คลังเตรียมชงครม. “คนละครึ่ง พลัส” 19 พ.ค.นี้ คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนพร้อมกันวันที่ 25 พ.ค. 69

 

หุ้นเด่นวันนี้

– BA (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus 18.44 บาท ระยะสั้นได้ Sentiment บวกราคาน้ำมันดิบย่อลงแรง Brent ราว US$100 ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงยุติสงคราม หากจบไตรมาส 2/69 และราคาน้ำมันเริ่มชะลอลงเป็นบวกต่อธุรกิจในไตรมาส 3/69 ซึ่งเป็น High Season ของสมุย ด้าน Valuation มองยังน่าสนใจอย่างมาก ปัจจุบันเทรด PER เพียง 8 เท่าและให้ Dividend Yield สูงกว่า 7%ต่อปี

– ADVANC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท คาดกำไรไตรมาส 1/69 ที่ 1.25 หมื่นลบ.(เพิ่มขึ้น 18.2% YoY) จากส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นและต้นทุนคลื่นความถี่ลดลง การปรับฐานของราคาหุ้นเพิ่มเติมอาจเป็นจังหวะเข้าซื้อเพื่อสะสมลงทุนระยะยาวหุ้นโทรคมนาคมมีผู้เล่นรายใหญ่สองรายนี้ มองข้ามความผันผวนทางเศรษฐกิจในปี 69 ความโดดเด่นด้านบริการครบวงจรทั้งด้านการเชื่อมต่อ คอนเทนต์และอุปกรณ์ รวมถึงประวัติใข้จ่ายอย่างรอบคอบ ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อกำไร แต่ทำให้สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้

– AMATA (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท 1) ยอดขอ BOI คาดขึ้นระดับจุดสูงสุด มากกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อไตรมาสต่อเนื่อง บวกต่อโอกาสขายที่ดินระยะถัดไป 2)หุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ซึ่งอิงต้นทุนที่ดินราคาทุน ขณะที่ Demand เร่งสะท้อนภาพ Value และ Upside ระยะถัดไปที่มีนัย

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 69)