น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $3.24 กังวลสงครามอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันจันทร์ (18 พ.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันยังคงเผชิญภาวะชะงักงัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะยกเว้นการคว่ำบาตรน้ำมันดิบของอิหร่าน

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 3.24 ดอลลาร์ หรือ 3.07% ปิดที่ 108.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 2.84 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 112.10 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ส่วนราคาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ว่า เวลาของอิหร่านกำลังจะหมดลง และอิหร่านควรรีบเคลื่อนไหวให้รวดเร็ว ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้น หลังจากฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์กำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วมากขึ้น โดยเหลืออยู่เพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือขนส่งแล่นผ่าน

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ 14 ข้อสำหรับยุติสงครามกับสหรัฐฯ ให้แก่ปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง โดยร่างฉบับใหม่ของอิหร่านมุ่งเน้นไปที่การเจรจาเพื่อยุติสงคราม รวมทั้งมาตรการสร้างความไว้วางใจจากฝ่ายสหรัฐฯ

นอกจากนี้ สำนักข่าว Tasnim รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวอีกรายหนึ่งที่ใกล้ชิดกับคณะเจรจาอิหร่านว่า สหรัฐฯ ยอมตกลงในข้อเสนอฉบับล่าสุดที่จะยกเว้นการใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในระหว่างที่มีการเจรจา ซึ่งแตกต่างจากร่างข้อเสนอของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศออกใบอนุญาตชั่วคราวระยะเวลา 30 วันสำหรับประเทศที่เปราะบางที่สุดเพื่อให้สามารถเข้าถึงน้ำมันรัสเซียที่กำลังตกค้างอยู่กลางทะเล โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า การขยายเวลานี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และสหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับประเทศเหล่านี้เพื่อออกใบอนุญาตเฉพาะกรณีตามความจำเป็น โดยใบอนุญาตทั่วไปฉบับนี้จะช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ และทำให้แน่ใจว่าน้ำมันจะถูกส่งไปถึงประเทศที่มีความเปราะบางด้านพลังงานมากที่สุด

ทั้งนี้ ใบอนุญาตฉบับก่อนหน้านี้ได้หมดอายุลงเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)