ยอดเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศอินโดนีเซียพุ่ง 42% ในเดือนก.ย. หลังไฟป่าลุกลามหนัก

ศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (CREA) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในฟินแลนด์ เปิดเผยในรายงานฉบับล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับมลพิษทางอากาศในอินโดนีเซียพุ่งขึ้น 42% จากประมาณ 3,740 รายในเดือนส.ค. สู่ 5,310 รายในเดือนก.ย. โดยมีสาเหตุหลักมาจากเหตุไฟป่าและไฟไหม้ที่ดินที่ลุกลามเป็นวงกว้าง

CREA ระบุว่า ควันไฟที่พวยพุ่งออกมาจากไฟป่าและไฟไหม้ที่ดินเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึงราว 3,560 รายเฉพาะในเดือนก.ย. เพียงเดือนเดียว ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากประมาณการในเดือนส.ค. ขณะที่การปล่อยมลพิษเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากไฟป่าจากแหล่งชุมชนเมืองและอุตสาหกรรมเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอีก 1,750 ราย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ควันพิษจากไฟป่าครองสัดส่วนสูงถึง 94-99% ของผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศใน 4 จังหวัดของกาลิมันตัน และมากกว่า 80% ในหลายจังหวัดของเกาะสุมาตรา ในขณะที่การเสียชีวิตบนเกาะชวายังคงเชื่อมโยงกับแหล่งมลพิษในเขตเมืองและอุตสาหกรรม ซึ่ง “สะท้อนถึงภาระทางสุขภาพที่ไม่สมดุลเมื่อเทียบกับศูนย์กลางเมืองบนเกาะชวา”

CREA เสริมว่า ผลกระทบทางสุขภาพยังขยายวงกว้างเกินกว่าการเสียชีวิต โดยคาดว่า มีประชาชนประมาณ 57.8 ล้านคนทั่วประเทศที่ต้องสัมผัสกับอากาศในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” หรือ “เป็นอันตราย” ในช่วงเดือนก.ย.

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เผยว่า ณ วันที่ 21 ต.ค. มีรายงานยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันจำนวน 333,470 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเหตุไฟป่าและไฟไหม้ที่ดินในหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ CREA ระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นนี้เป็นผลมาจากภัยแล้งที่ได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้วิกฤตไฟป่ารุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมเรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรการป้องกันไฟป่า การฟื้นฟูพื้นที่ป่าพรุ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อการแผ้วถางที่ดินอย่างผิดกฎหมาย

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต