
ตลาดหุ้นไต้หวันแซงหน้าตลาดหุ้นอินเดียขึ้นเป็นตลาดหุ้นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากความแข็งแกร่งของหุ้นบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก
ข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์กระบุว่า มูลค่าตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป ของตลาดหุ้นไต้หวันพุ่งขึ้นแตะระดับ 4.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันจันทร์ที่ 25 พ.ค. ขณะที่มาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นอินเดียลดลงมาอยู่ที่ 4.92 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ขณะนี้ตลาดหุ้นไต้หวันกลายเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก โดยตามหลังเพียงสหรัฐฯ จีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น และฮ่องกง
ตลาดหุ้นไต้หวันได้รับแรงขับเคลื่อนจากหุ้น TSMC ซึ่งขณะนี้มีสัดส่วนประมาณ 42% ในดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน โดย TSMC ได้รับประโยชน์จากกระแสความนิยมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งชิปของบริษัทครองตลาดอยู่
การพุ่งขึ้นของมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไต้หวันถือเป็นการตอกย้ำว่า นักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นต่อ AI ซึ่งมุมมองเชิงบวกดังกล่าวได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกพุ่งขึ้น และเป็นปัจจัยบวกต่อศูนย์กลางการผลิตอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้ สวนทางกับอินเดียที่กำลังเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้น ตลอดจนกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ชะลอตัวลง และการที่อินเดียขาดแคลนบริษัทที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการขยายตัวของ AI
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลไต้หวันออกกฎระเบียบใหม่ยังเอื้อประโยชน์ต่อ TSMC ด้วย โดยเมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของไต้หวันได้ขยายเพดานที่กองทุนต่าง ๆ ของไต้หวันจะสามารถลงทุนในหุ้นตัวเดียวได้ ซึ่งภายใต้แนวทางใหม่นี้ กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไต้หวันเพียงอย่างเดียว จะสามารถเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นได้สูงสุดถึง 25% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิในบริษัทจดทะเบียนที่มีน้ำหนักในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันมากกว่า 10% ซึ่งขยับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยจำกัดไว้ไม่เกิน 10% โดยปัจจุบันมีเพียง TSMC เท่านั้นที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว
ขณะที่ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงในปีนี้ เนื่องจากเม็ดเงินทุนต่างชาติไหลออกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และบดบังแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)





