ดาวโจนส์ปิดบวก 230.81 จุด ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีทรัมป์ หนุนหุ้นใหญ่พุ่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (20 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น Alphabet, Amazon และหุ้นบลูชิปรายใหญ่อื่น ๆ หลังศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,625.97 จุด เพิ่มขึ้น 230.81 จุด หรือ +0.47%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,909.51 จุด เพิ่มขึ้น 47.62 จุด หรือ +0.69% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,886.07 จุด เพิ่มขึ้น 203.34 จุด หรือ +0.90%

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร พุ่งขึ้น 2.65% ตามด้วยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพิ่มขึ้น 1.27%

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้น 0.25%, ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.08% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.51%

ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง คัดค้านการกำหนดมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2568 ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลางที่ให้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ

ด้านทรัมป์ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวเป็นเรื่องน่าอับอาย และกล่าวว่าเขาจะใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เพื่อกำหนดภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการฉุกเฉินที่ถูกศาลสูงสุดยกเลิก

หุ้นบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Alphabet พุ่งขึ้น 3.7%, หุ้น Amazon พุ่งขึ้น 2.6% และหุ้น Apple เพิ่มขึ้น 1.5%

หุ้น Hasbro, Wayfair, Williams-Sonoma และ RH ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี ต่างปรับตัวขึ้นระหว่าง 0.5% ถึง 2.3%

บริษัทหลายพันแห่งทั่วโลกได้ยื่นฟ้องท้าทายมาตรการภาษีวงกว้างของทรัมป์ และเรียกร้องขอคืนภาษีที่ได้ชำระไปแล้ว โดยนักเศรษฐศาสตร์จาก Penn-Wharton Budget Model เตือนว่า มีความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในช่วงเช้าวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 ชะลอตัวมากกว่าที่คาด ขณะที่ข้อมูลอีกชุดหนึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในเดือนธ.ค.

นักลงทุนประเมินว่า มีโอกาสมากกว่า 50% เล็กน้อยที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนมิ.ย. ตามข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME

นักลงทุนที่ยังกังวลว่ากระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในวอลล์สตรีทจะยั่งยืนหรือไม่นั้น กำลังรอดูผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Nvidia ที่จะประกาศในวันพุธหน้าอย่างใกล้ชิด

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI แกว่งตัวแรง เนื่องจากตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า มูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงนั้นเหมาะสมหรือไม่ และยังมีหลักฐานไม่มากพอว่า การทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากใน AI จะสามารถแปลงเป็นรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างชัดเจนได้จริง

อุตสาหกรรมตั้งแต่ซอฟต์แวร์ไปจนถึงโลจิสติกส์ยังได้รับผลกระทบจากความกังวลว่า เครื่องมือ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจและเพิ่มความรุนแรงของการแข่งขัน

ด้านหุ้น Akamai Technologies ร่วงลง 14% หลังบริษัทให้บริการด้านคลาวด์คอมพิวติงแห่งนี้คาดการณ์กำไรที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาสแรกต่ำกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทประเมินไว้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)