In Focus: จับตา ‘แอปเปิล’ รับมือศึกรอบด้าน หลังขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าตลาดสูงสุดในโลก

จริงๆ แล้วเดือนส.ค. 2563 ควรจะเป็นเดือนที่น่าจดจำอย่างมากของแอปเปิล อิงค์ ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของสหรัฐ หลังจากราคาหุ้นแอปเปิลพุ่งทำสถิติสูงสุดจนกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนรายแรกของโลกที่มีมูลค่าตลาดเกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกัน แอปเปิลก็กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐสั่งแบนติ๊กต็อก (TikTok) และวีแชท (WeChat) ซึ่งอาจทำให้แอปเปิลต้องถอด 2 แอปดังกล่าวออกจาก App Store และแอปเปิลยังมีเรื่องฟ้องร้องของ Epic Games อยู่ในศาลอีกด้วย ก็เรียกได้ว่าแอปเปิลกำลังเผชิญปัญหารุมเร้าทั้งจากภายในและภายนอกประเทศกันเลยทีเดียว

แอปเปิลโดนหางเลข หลัง “ทรัมป์” สั่งแบน TikTok และ WeChat
ปัญหาแรกของแอปเปิลเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนนี้ หลังปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหารห้ามไม่ให้บุคคลหรือบริษัทอเมริกันทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่และเจ้าของ TikTok ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันแชร์คลิปวิดีโอชื่อดังสัญชาติจีน และ WeChat ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันส่งข้อความที่มีการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนจีนอย่างแพร่หลาย โดยให้มีผลบังคับใช้ในอีก 45 วัน

การลงนามคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 ส.ค.ตามเวลาสหรัฐ โดยนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระบุว่า แอปพลิเคชันจีนที่ไม่น่าไว้ใจเช่น TikTok และ WeChat เป็นภัยคุกคามข้อมูลส่วนบุคคล และอาจเป็นเครื่องมือของรัฐบาลจีนในการเผยแพร่และเซ็นเซอร์คอนเทนต์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม คำสั่งแบนดังกล่าวไม่ได้ระบุขอบเขตของการสั่งห้ามการทำธุรกรรมกับ TikTok และ WeChat โดยระบุแต่เพียงว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะกำหนดว่า ธุรกรรมใดบ้างของ TikTok และ WeChart ที่จะถูกสั่งห้ามเมื่อครบกำหนด 45 วัน

แม้ทางฝั่งรัฐบาลสหรัฐนั้นพยายามจะสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาบริษัทของสหรัฐซึ่งรวมถึงแอปเปิลด้วยว่า บริษัทของสหรัฐจะยังคงสามารถทำธุรกิจกับ WeChat ในประเทศจีนต่อไปได้ แต่ความคลุมเครือดังกล่าว ก็ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า แอปเปิลอาจต้องถอดทั้ง TikTok และ WeChat ออกจาก App Store

เชา ชิงเสี่ยว ผู้ก่อตั้ง Red Gate Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนอิสระที่มุ่งเน้นลงทุนในตลาดตราสารทุนของจีนเปิดเผยว่า “ถ้าแอปเปิลถอด WeChat ออกจาก App Store ก็จะเกิดเรื่องใหญ่แน่”

รายงานของ WeChat ระบุว่า มีชาวจีนหลายร้อยล้านคนใช้แอป WeChat ทุกวันผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อส่งข้อความ โพสต์ภาพ เรียกแท็กซี่ หรือสั่งอาหาร และมีธุรกิจกว่า 50 ล้านรายเป็นผู้ใช้งานวีแชท เพย์ (WeChat Pay) นอกจากนี้ WeChat ยังเป็นหนึ่งในสองแพลตฟอร์มชำระเงินของเอกชนที่ใหญ่สุดในจีนด้วย

เชากล่าวว่า ถ้าแอปเปิลถอด WeChat ออกจาก App Store จำนวนชาวจีนที่ต้องการซื้อไอโฟนจะลดลงอย่างมหาศาล และความเสียหายที่เกิดกับแอปเปิลจะรุนแรงกว่าที่เกิดกับเทนเซ็นต์ (Tencent) ซึ่งเป็นเจ้าของ WeChat อย่างมาก

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยอดขายของแอปเปิลในจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน และฮ่องกง อยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2562 ซึ่งคิดเป็น 17% ของยอดขายทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นปัญหาที่แอปเปิลคงไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก โดยเฉพาะเมื่อปัญหาดังกล่าวเป็นไปเพื่อหวังผลทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐ แต่อีกปัญหาที่เกิดกับแอปเปิลโดยตรง และเป็นปัจจัยที่สามารถควบมคุมได้ก็คือ คดีฟ้องร้องกับทาง Epic Games

Epic Games ฟ้องแอปเปิล หลังถูกถอดเกม “Fortnite” จาก App Store
ความขัดแย้งเริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. เมื่อทาง Epic Games ได้เสนอระบบที่ให้ลูกค้าสามารถซื้อไอเทมในเกม Fortnite ได้โดยตรงโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับแอปเปิล ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎของ App Store ที่กำหนดให้แอปส่วนใหญ่ต้องทำรายการสั่งซื้อผ่านแอปเปิล และจ่ายเงิน 30% ของรายได้ให้กับแอปเปิล

แอปเปิลได้ทำการตอบโต้โดยการถอดเกม Fortnite ออกจาก App Store ด้วยเหตุผลว่า “Epic Games มีเจตนาละเมิดข้อกำหนดของ App Store”

ทางด้าน Epic Games ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงแคลิฟอร์เนีย โดยกล่าวหาว่า การกำหนดให้ลูกค้าสามารถซื้อแอปได้จาก App Store เพียงที่เดียว และการบังคับให้ลูกค้าต้องชำระเงินผ่านแอปเปิลนั้น ถือเป็นการผูกขาดทางการค้า และ Epic Games ต้องการให้แอปเปิลยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว พร้อมระบุด้วยว่า หากไม่ใช่เพราะข้อจำกัดของแอปเปิลแล้ว Epic Games ก็สามารถสร้างร้านค้าบนแพลตฟอร์ม iOS ที่สามารถแข่งขันกับ App Store ของแอปเปิลได้

อย่างไรก็ตาม เพียง 1 วันให้หลัง แอปเปิลได้แจ้งกับ Epic Games ว่าจะทำการยกเลิกบัญชีนักพัฒนาของ Epic Games ทั้งหมดบน iOS และ macOS ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ไม่สามารถเข้าถึงซอฟท์แวร์พัฒนาเกมอย่าง Unreal Engine ของ Epic Games ได้ และแน่นอนว่า Epic Games ต้องยื่นคำร้องต่อศาลแขวงแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง และขอให้ศาลสั่งคุ้มครองบัญชีนักพัฒนาของ Epic Games รวมถึงขอให้ศาลสั่งห้ามไม่ให้แอปเปิลถอดเกม Fortnite ออกจาก App Store จนกว่าคดีจะสิ้นสุดด้วย

แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ ในคำร้องครั้งหลังที่ขอให้ศาลสั่งคุ้มครองบัญชีนักพัฒนาของ Epic Games นั้น มีบริษัทชื่อดังอย่าง ไมโครซอฟท์ คอร์ป ร่วมสนับสนุนอยู่ด้วย

ไม่มี Unreal engine ซอฟท์แวร์เกมยอดนิยม เดือดร้อนถึงไมโครซอฟท์
Unreal Engine เป็นหนึ่งในซอฟท์แวร์ที่ใช้พัฒนาเกมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน พัฒนาขึ้นโดย Epic International ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Epic Games โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้งานที่ยืดหยุ่น สามารถใช้พัฒนาเกมได้หลากหลายแนว รวมถึงคุณภาพของงานกราฟิกที่เหนือชั้น และยังสามารถพัฒนาเกมลงได้ในหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น PC คอนโซล หรือมือถือ

ปัจจุบันมีเกมชื่อดังมากมายที่ใช้ Unreal Engine ในการสร้างเกม โดยนอกจากเกมดังของ Epic Games อย่าง Fortnite แล้ว เกมอื่นๆ ที่คนไทยอาจคุ้นชื่อก็มีมากมาย อาทิ Octopath Traveler, Final Fantasy VII Remake, Valorant หรือแม้แต่เกมของคู่แข่งรายสำคัญอย่าง PUBG ก็ใช้ Unreal Engine ด้วย และแน่นอนว่าทางไมโครซอฟท์เอง ก็มีเกมที่ใช้ Unreal Engine อย่าง Forza Street บน iOS ด้วยเช่นกัน

ทางฝั่ง Epic Games อ้างว่า หากแอปเปิลบล็อกบัญชีนักพัฒนาของ Epic Games จะส่งผลให้ซอฟต์แวร์ผลิตเกมอย่าง Unreal Engine ไม่สามารถใช้งานบน iOS และ macOS ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผู้พัฒนาเกมจำนวนมาก ไม่ใช่แค่จาก Epic Games เพียงบริษัทเดียว

ด้านเควิน แกมมิลล์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายประสบการณ์ผู้พัฒนาเกมของไมโครซอฟท์ระบุในคำร้องที่ Epic Games ยื่นฟ้องต่อแอปเปิลว่า หาก iOS หรือ macOS ไม่รองรับ Unreal Engine ไมโครซอฟท์ก็จะต้องเลือกระหว่างทิ้งลูกค้าบนแพลตฟอร์ม iOS และ macOS หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบพัฒนาเกมตัวอื่นเมื่อจะพัฒนาเกมใหม่ลงบน iOS และ macOS ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อทั้งผู้ผลิต และผู้เล่นเกม

ศึกยกแรกจบลงแล้วด้วยผลตัดสินที่เสมอกัน
ล่าสุด ณ วันที่ 24 ส.ค. ตามเวลาสหรัฐ ผู้พิพากษาเยวอน กอนซาเลซ โรเจอร์ส แห่งศาลแขวงแคลิฟอร์เนียได้ตัดสินปฏิเสธคำขอคุ้มครองเกม Fortnite โดยอนุญาตให้แอปเปิลถอดเกม Fortnite ออกจาก App Store ได้ เนื่องจาก Epic Games ละเมิดข้อตกลงกับทางแอปเปิล และหากยอมถอด “ระบบการซื้อไอเทมในเกม Fortnite ได้โดยตรงโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมให้กับแอปเปิล” ออกจากเกม แอปเปิลก็จะยอมให้ Fortnite กลับเข้าสู่ App Store ของแอปเปิลได้ นั่นก็เพียงแค่ Epic Games เลือกที่จะไม่ละเมิดข้อตกลงนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามไม่ให้แอปเปิลยกเลิกบัญชีนักพัฒนาของ Epic Games ด้วยเหตุผลว่า Epic International ไม่ได้ละเมิดข้อตกลงที่ทำไว้กับแอปเปิล นอกจากนี้ การยกเลิกบัญชีนักพัฒนาของ Unreal Engine ยังเป็นการสร้าง “ความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้” ให้กับ Epic Games และอุตสาหกรรมเกมอีกด้วย โดยคำสั่งศาลดังกล่าวจะมีผลจนถึงวันพิจารณาคดีในวันที่ 28 ก.ย. 2563

แอปเปิลได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับคำตัดสินของศาลในส่วนที่อนุญาตให้สามารถถอดเกม Fortnite ออกจาก App Store ได้ พร้อมทั้งระบุว่า แอปเปิลยินดีที่จะนำเกม Fortnite กลับเข้าสู่ App Store ถ้าหากทาง Epic Games ถอดระบบที่ละเมิดข้อตกลงของแอปเปิลออกไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม แอปเปิลไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ต่อการที่ศาลสั่งห้ามแอปเปิลยกเลิกบัญชีนักพัฒนาของ Epic Games

แม้ศึกยกแรกระหว่างแอปเปิลกับ Epic Games จะจบลงไปแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดจากการถอดเกม Fortnite ออกจาก App Store ก็ส่งผลเสียกับทั้งสองฝ่าย และยังต้องรอศาลตัดสินชี้ขาดในอีก 1 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ การตกอยู่ในสมรภูมิการเมืองระหว่างสหรัฐกับจีน ก็อาจสร้างความเสียหายให้กับแอปเปิลอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ด้วยผลลัพธ์ที่ปรากฎออกมาจนถึงตอนนี้ และการที่รัฐบาลสหรัฐพยายามที่จะสร้างความมั่นใจว่า แอปเปิลอาจจะไม่ต้องถอด WeChat ออกจาก App Store นั้น ก็น่าจะทำให้พูดได้ว่า แอปเปิลจะยังคงสามารถจดจำเดือนส.ค.ปีนี้ไปในทางที่ดีได้ ซึ่งเราก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าปัญหาต่างๆ ของแอปเปิลจะลงเอยอย่างไร

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ส.ค. 63)

Tags: , , , , , , , , , ,
Back to Top