หุ้นไทยเช้านี้แนวโน้มแกว่งไซด์เวย์-อิงลง การเมืองกดดัน-ปัจจัยนอกปท.ไม่เอื้อ

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่ง Sideway Down ระวังสถานการณ์ต่างประเทศ-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐไม่แน่นอน-การแพร่ระบาดไวรัสโควิดมีแนวโน้มที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะสูงขึ้น ด้านตลาดภูมิภาคเช้านี้แกว่งบวก-ลบคละกัน

ส่วนบ้านเราก็เจอแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศ จากการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อหลังนายกรัฐมนตรีไม่ลาออกตามข้อเรียกร้อง พร้อมให้ติดตามการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 26-27 ต.ค.นี้ และวันนี้ติดตามจีนแถลงแผนพัฒนาประเทศ 5 ปีข้างหน้า พร้อมให้แนวรับ 1,200-1,205 ส่วนแนวต้าน 1,220-1,225 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway Down โดยให้ระวังสถานการณ์ในต่างประเทศ จากที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯมีความไม่แน่นอน และสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มที่จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้น เห็นได้จากทางสหรัฐฯมีจำนวนผู้ติดเชื้อขึ้นถึง 80,000 คน/วัน ทำระดับสูงสุดอีก และทางฝรั่งเศส, อิตาลี ก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดด้วย ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบคละกัน

ส่วนบ้านเราก็มีปัจจัยการเมืองกดดัน จากการชุมนุมทางการเมืองที่จะยืดเยื้อหลังจากที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ลาออกตามข้อเรียกร้อง และให้ติดตามการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ และวันนี้ให้ติดตามฝั่งจีนที่จะแถลงแผนพัฒนาของประเทศระยะ 5 ปีข้างหน้า

พร้อมให้แนวรับ 1,200-1,205 จุด ส่วนแนวต้าน 1,220-1,225 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (23 ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,335.57 จุด ลดลง 28.09 จุด (-0.1%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,465.39 จุด เพิ่มขึ้น 11.90 จุด (+0.34%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,548.28 จุด เพิ่มขึ้น 42.28 จุด (+0.37%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 19.3 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 4.19 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 24.73 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 5.69 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 3.47 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 0.92 จุด

ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดทำการวันนี้เนื่องในเทศกาลชงโหย่ง

  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (22 ต.ค.63) 1,213.61 จุด ลดลง 2.87 จุด (-0.24%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 775.80 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 ต.ค.63
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ธ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (23 ต.ค.63) ปิดที่ 39.85 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 79 เซนต์ หรือ 1.9%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (23 ต.ค.63) อยู่ที่ 1.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.30 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค กังวลการเมือง-จับตาเลือกตั้งสหรัฐโค้งสุดท้าย
  • รัฐทำลิสต์จับคู่ประเทศเสี่ยงต่ำโควิด เปิดทางนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ลดเวลากักตัวเหลือ 10 วัน ผุดไอเดียให้การบินไทยรับนักท่องเที่ยวเช่าเหมาลำจากต้นทาง จัดทัวร์เอื้องหลวงกักตัว ขณะ”ทีเอชเอ-แอตต้า” วอนขยายโควตาวีซ่าพิเศษ หนุนลดวันกักตัว
  • สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เตรียมเสนอ กบน.ใช้จังหวะน้ำมันตลาดโลกขาลง รีดเงินสะสมเข้ากองทุน หวังตุนเงินไว้รับมือกรณีวิกฤติโดยไม่เกินเพดาน 4 หมื่นล้านบาท เล็งกำหนดเพดานตรึงดีเซลไว้ไม่เกิน 25 บาทต่อลิตร
  • คลินิกแก้หนี้ขยายยาแก้หนี้ 2 สูตรใหม่ ขยายเวลา “ลดดอกและพักหนี้” ลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลที่เป็นหนี้เสียและต้องการแก้หนี้จนถึงกลางปี 64 เพื่อลดผลกระทบโควิด หลังกดปุ่มเปิดโครงการ 6 เดือน ได้ผลดีเกินคาด ลูกหนี้กลับมาส่งหนี้ได้มากถึง 94%
  • นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบาย และกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ม.รังสิต เปิดเผยว่า คาดการณ์เศรษฐกิจภาคการลงทุนปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นหลักยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ประเมินเบื้องต้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เม็ดเงิน 81,000 ล้านบาท ปลายปีมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยจากความตึงเครียดทางการเมืองคลี่คลายลงและการชุมนุมทางการเมืองอย่างสงบไม่ใช่เหตุฉุกเฉินร้ายแรง
  • รัฐสภาเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ เพื่อช่วยกันระดมความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันเพื่อให้ปัญหาทุเลาลง

หุ้นเด่นวันนี้

  • DHOUSE (บมจ.ดีเฮ้าส์พัฒนา) เทรดวันนี้วันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยราคาขาย IPO 0.60 บาท/หุ้น ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส (เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายฯ) ประเมินราคาเป้าหมายที่ 0.70 บาท โดยคาดการณ์กำไรปี 2563 -26% Y-Y แต่จะฟื้นเด่น 87% Y-Y ในปี 2564 บริษัทฯทำธุรกิจขายบ้านในจังหวัดมหาสารคาม มี Hidden Asset เป็นที่ดินรอพัฒนาในทำเลทองของจังหวัดโดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ทำให้มีโอกาสพัฒนาเป็นคอนโด Low-rise และ Mix-used และเป็น Key Driver ของการเติบโตของผลการดำเนินงานใน 1-5 ปีข้างหน้า
  • KTC (กรุงศรี)”ซื้อ”เป้าสูงสุด IAA Consensus 43 บาท ได้อานิสงส์จากมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” หนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นสัญญาณเก็บหุ้นผ่านตลาด TFEX เข้ามาต่อเนื่องในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
  • AP (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ”เป้า 8.50 บาท คาดกำไร Q3/63 ทำ New High +16% Q-Q, +127% Y-Y หนุนจากยอดโอนของทั้ง AP และ JV ที่เร่งตัวจากแนวราบที่ดีและเริ่มโอน 2 คอนโดใหม่ ส่วน Margin ดีขึ้นหลังชะลอทำโปรโมชั่น พร้อมปรับประมาณการกำไรขึ้น 28% เป็น +31% Y-Y ปีนี้ ส่วนปี 2564 คาดชะลอ -16% Y-Y จากฐานสูง ด้าน Valuation ยังถูกมาก ซื้อขายที่ 2564PER เพียง 5.3 เท่า และคาดให้ Dividend Yield 7.3%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ต.ค. 63)

Tags: , , , ,
Back to Top