ปภ.เผยภาพรวมน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย เหลือท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ 15 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ผลกระทบจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17-18 ต.ค.64

ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 9 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว ชลบุรี สมุทรปราการ นครปฐม และกาญจนบุรี รวม 26 อำเภอ 71 ตำบล 289 หมู่บ้านประขาชนได้รับผลกระทบ 6,165 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 3 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด 20 อำเภอ 64 ตำบล 282 หมู่บ้าน 6,164 ครัวเรือน ดังนี้

1.ขอนแก่น น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ไชย ระดับน้ำลดลง

2.ชัยภูมิ น้ำท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคอนสาร อำเภอบ้านเขว้า อำเภอบ้านแท่น อำเภอเทพสถิต อำเภอจัตุรัส อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอเนินสง่า และอำเภอหนองบัวระเหว ระดับน้ำทรงตัว

3.บุรีรัมย์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนางรอง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ระดับน้ำลดลง

4.ศรีสะเกษ น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอภูสิงห์ และอำเภอขุนหาญ ระดับน้ำทรงตัว

5.นครปฐม น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี และอำเภอสามพราน ระดับน้ำทรงตัว

6.สระแก้ว น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระแก้ว และอำเภอวัฒนานคร ระดับน้ำลดลง

ส่วนผลกระทบจากอิทธิพลพายุ “คมปาซุ” ซึ่งได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความอากาศต่ำ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 15 -17 ต.ค.64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก รวม 12 อำเภอ 33 ตำบล 112 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,326 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด 7 อำเภอ 19 ตำบล 78 หมู่บ้าน 2,216 ครัวเรือน ดังนี้

1.ลพบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกสำโรง อำเภอชัยบาดาล อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอลำสนธิ ระดับน้ำลดลง

2.ปราจีนบุรี น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอประจันตคาม และอำเภอกบินทร์บุรี ระดับน้ำลดลง

ขณะที่อิทธิพลพายุ “ไลออนร็อก” ซึ่งได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 8-14 ต.ค.64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เลย เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร และระนอง รวม 20 อำเภอ 90 ตำบล 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 8 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 1 จังหวัด 5 อำเภอ 9 ตำบล 49 หมู่บ้าน 2,018 ครัวเรือน ดังนี้

1.จันทบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเขาคิชฌกูฎ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอแหลมสิงห์ ระดับน้ำลดลง

ในส่วนของผลกระทบจากพายุ “เตี้ยนหมู่” ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-7 ต.ค.64 ทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 33 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 225 อำเภอ 1,201 ตำบล 8,218 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,367 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย (ลพบุรี 11 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด รวม 39 อำเภอ 274 ตำบล 1,523 หมู่บ้าน 82,608 ครัวเรือน ดังนี้

1.ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ไชย อำเภอชนบท อำเภอพระยืน อำเภอมัญจาคีรี อำเภอบ้านแฮด อำเภอเมืองขอนแก่น และอำเภอบ้านไผ่ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำลดลง

2.มหาสารคาม มวลน้ำจากจังหวัดขอนแก่นไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม ระดับน้ำทรงตัว

3.นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย อำเภอคง อำเภอประทาย อำเภอชุมพวง และอำเภอเมืองยาง ระดับน้ำลดลง

4.ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง

5.สุพรรณบุรี ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง

6.สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ระดับน้ำลดลง

7.อ่างทอง ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำลดลง

8.พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน และอำเภอบางซ้าย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง

9.ปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ริมน้ำ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ต.ค. 64)

Tags: , , , , ,
Back to Top