ททท.คาดช่วงสงกรานต์ท่องเที่ยวในปท.ฟื้น, เอกชนวอนต่อลมหายใจ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ว่า ในปี 64 การท่องเที่ยวในประเทศยังเป็นกำลังสำคัญ แม้เกิดการระบาดรอบสองทำให้คนยังไม่อยากเดินทาง แต่เชื่อว่าเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของการระบาดรอบใหม่ และคาดหวังว่าช่วงสงกรานต์น่าจะเห็นคนไทยเดินทางกันมากขึ้น รอเพียงสัญญาณที่จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ และเชื่อว่าคนไทยก็พร้อมเดินทาง ขณะที่รัฐบาลก็น่าจะปรับ sentiment ให้มีการเดินทางท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับเข้ามาในไตรมาส 3-4 ปีนี้ แต่ยังไม่เต็มที่ โดยมองว่ากว่าจะฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิมอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปี หากจะรอให้ถึงเวลานั้นผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวอาจจะล้มหายตายจากไปมาก ฉะนั้นจะต้องทำ 2 สเต็ป คือ ประคองการจ้างงาน และนำพนักงานมา up skill หรือ reskill เพื่อเตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวธุรกิจท่องเที่ยว

ในส่วนโรงแรมและสายการบิน รัฐบาลก็พยายามช่วยเหลือให้ธุรกิจอยู่ได้ โดยเฉพาะประคองการจ้างงาน ทุกคนเชื่อว่าธุรกิจจะต้องกลับมา แต่วันที่กลับมาจะยังมีพนักงานอยู่หรือไม่ อย่างสายการบินก็พยายามประคองการจ้างงานเพื่อรอให้ภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาเร็วที่สุด ล้มแล้วต้องลุกขึ้นมาให้ไว

“การท่องเที่ยวช่วยทำให้เศรษฐกิจประเทศฟื้น แต่ตอนนี้หลายๆคนกำลังจะจมน้ำ เราเองก็ช่วยกันก่อนว่า จะทำอย่างไร อย่างการบิน ถ้าไปดูตัวเลขการท่องเที่ยว ประมาณ 1 ใน 5 เดินทางโดยสายการบิน หากวันที่ลุกแล้ววันนั้นสายการบินไม่มีนักบิน ก็ไม่รู้ทำอย่างไร”

ผู้ว่าการ ททท.กล่าว

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากที่สอบถามผ่านสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศ 29 แห่งในต่างประเทศ พบว่าประชากรของกลุ่มสแกนดิเนเวียได้รับวัคซีนแล้ว และมีความต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ไทยในช่วงฤดูร้อนนี้ หรือนเดือน พ.ค.64 และหลายสำนักงานยืนยันตรงกันว่าไตรมาสสุดท้ายปีนี้น่าจะเห็นการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้จะยังไม่ขัดเจนว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน แต่ก็เป็นความหวังให้เอกชนไทยกัดฟันประคองตัวต่อไปได้ระยะหนึ่ง

ทั้งนี้ ได้รับรายงานทางแถบประเทศยุโรปคาดจะฉีดวัคซีนครบภายในเดือน ก.ย.นี้ สหรัฐอเมริกาฉีดครบภายในเดือน ก.ค. นี้โดยคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนก็สามารถเดินทางไปได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วย

สำหรับความเดือดร้อนของผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงที่เกิดการระบาดระลอกใหม่ แต่มีมาตั้งแต่ปิดน่านฟ้าครั้งแรกวันที่ 3 เม.ย.63 ทำให้ทุกคนพยายามช่วยเหลือตัวเองมาตลอด และสถานการณ์ก็ยังยากลำบากอยู่ พยามยามประคับประคองกัน ส่วนโรงแรมแม้บางส่วนจะกลับมาเปิดได้ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด อย่างในภูเก็ตมีจำนวนห้องพักราว 1 แสนห้อง แต่กลับมาเพียง 15% แม้ไม่มีกำไรขอให้ประคองธุรกิจไปก่อน

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอแนวคิดว่าจะเปิดรับชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้วเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว เป็นโจทย์ว่าจะทำการตลาดกับกลุ่มนี้อย่างไร ซึ่งในการประชุม ศบค.ชุดเล็กก็ได้มีการหยิบยกเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตแล้ว ดังนั้น คาดว่าการทำงานคงไม่ช้า แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ ต้องร่วมมือกันทำงานแข่งกับเวลา หลายประเทศก็เริ่มออกประกาศให้คนรับวัคซีนเดินทางท่องเที่ยวได้แล้ว

ด้านนายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ได้รับผลกระทบมากหลังเกิดระบาดรอบสองต่อเนื่องจากปลายปี 63 ซึ่งขณะนี้มีปริมาณการใช้เครื่องบินลดลงเหลือ 40 ลำ จากที่มี 60 ลำ จากเคยมีผู้เดินทางวันละ 3 หมื่นคน หรือหากรวมทุกสายการบินเป็นหลักแสนต่อวัน ลดลงเหลือ 2-3 พันคน/วัน เครื่องบินใช้ไม่ถึง 10 ลำ ถือว่าลำบากสาหัสในการระบาดรอบที่ 2

ในช่วงที่ขนส่งผู้โดยสารไม่ได้ ไทยแอร์เอเชียก็หันมาขนส่งสินค้าทดแทน หรือขายอาหารในตลาดออนไลน์ ระหว่างรอคอยจังหวะที่การเดินทางและการท่องเที่ยวจะกลับมา ขณะเดียวกันวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ก็เป็นความหวังสำคัญ เพราะจะทำให้โอกาสการติดเชื้อน้อยลง เป็นการแก้ปัญหาถาวร ดังนั้น วัคซีนจะเป็นจุดเปลี่ยนให้คนเดินทาง

นอกจากนี้ ความชัดเจนของมาตรการภาครัฐเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผ่านมาปัญหาคนไม่เข้าใจว่าเดินทางไปแต่ละจังหวัดต้องกักตัวหรือไม่ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เพราะหากให้แต่ละจังหวัดประกาศกันเองก็จะทำให้ไม่มีความเท่าเทียมกัน และสื่อสารไม่ชัดเจน ทำให้คนไม่กล้าเดินทางท่องเที่ยว ทั้งนี้หากมีความชัดเจน สายการบินเตรียมพร้อมเสมอที่จะปรับเพิ่มการให้บริการ เพราะมีการเตรียมพร้อมบุคคลากรอยู่ตลอดเวลา

นายสันติสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวในประเทศพอเลี้ยงตัวได้ แต่สายการบินไทยแอร์เอเชีย มีสัดส่วน 50% ของลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดีเชื่อว่าสุดท้ายธุรกิจจะกลับมานักท่องเที่ยวต่างชาติก็ต้องกลับมา แต่ระหว่างนี้เราก็ต้องอยู่ได้ สายการบิน โรงแรมต้องอยู่ได้

ดังนั้น สายการบิน อยากให้รัฐบาลพิจารณาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) เพื่อรักษาการจ้างงานพนักงาน โดยเฉพาะนักบิน หากวัคซีนได้ผลดีธุรกิจท่องเที่ยวอาจจะกลับมา V Shape หรือกลับมาเร็ว เราจะไม่ทัน เราจึงต้องจ้างไว้ แต่ก็เป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งเราบอบช้ำมา 1 ปีแล้ว เราจ่ายมาตลอด จึงขอความช่วยเหลือรัฐบาลในการช่วยเหลือซอฟท์โลน ให้ภาคท่องเที่ยวเพื่อให้กลับมาได้ รวมถึงวางเกณฑ์นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาต้องทำอะไรบ้าง แล้วหากลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวกลับมา

“ท่านต้องก้าวข้ามเรื่องเงินช่วยเหลือไปแล้ว ให้มาเถอะ ไปทำเรื่องอื่นๆ ผมทำมาหากินได้ผมก็เอามาคืน ไม่ได้ขอเปล่าๆ”

นายสันติสุข กล่าว

ส่วนนายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) กล่าวว่า เมื่อมีระลอกใหม่ ปลาย ธ.ค.63 คนท่องเที่ยวในประเทศก็ลดลง อัตราเช้าพักลดลง เช่นเดียวกับในยุโรป ปีที่แล้วปิดโรงแรมหมด และเมื่อคลายล็อกดาวน์ก็มีอัตราการเข้าพักกว่า 80% แต่พอมาระลอกใหม่ ลดลงเหลือ 60% และปิดบางโรงแรมบางส่วน

ในปัจจุบัน เห็นชัดเจนว่าธุรกิจโรงแรมของบริษัทได้รับผลกระทบ แต่บริษัทยังมีธุรกิจร้านอาหาร ก็ยังช่วยได้บ้าง โดยเฉพาะบริการดิลิเวอร์รี่ อย่างไรก็ตาม การพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจโรงแรมยังมีสัดส่วนมาก ทำให้ได้ผลกระทบอยู่ดี โดยเฉพาะมีค่าใช้จ่ายค่าแรง ค่าจ้างพนักงานขณะที่รายได้ไม่มี ดังนั้นก็ต้องลดต้นทุนลดค่าใช้จ่ายทั้งหลาย รวมทั้งลดเงินลงทุนไปกว่าครึ่งใน 2-3 ปีข้างหน้า

การฉีดวัคซีนเป็นความหวังธุรกิจ อยากให้มีการวางแผนให้มีการรับวัคซีนอย่างเร็วซึ่งบริษัทมีข้อเสนอแก่ภาครัฐว่า บุคคลกรภาคท่องเที่ยว อาทิ สายการบิน โรงแรม กลุ่มที่เป็นด่านหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว อยากได้รับพิจารณาได้รับการฉีดวัคซีนก่อนหลังจากกลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์ , อยากให้ทางภาครัฐเพิ่มตัวเลือกวัคซีนมากขึ้นจากที่เป็นของแอสตราเซนเนกา และ ซิโนแวก หากธุรกิจหรือโรงพยาบาลของเอกชนสามารถนำเข้าเข้าผู้ผลิตรายอื่นมาเพิ่มได้

และอยากให้ภาครัฐพิจารณาเรื่องวัคซีนพาสปอร์ต ที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ให้มีการสื่อสารเป็นหน่วยเดียวว่าจะเดินทางไปจังหวัดได้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม โควิดก็ยังอยู่ ธุรกิจก็เรียนรู้ที่อยู่กับโควิดให้ได้ สิ่งที่อยากให้ภาครัฐทำให้เปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้ว เพื่อให้ธุรกิจมีรายได้เข้ามา ซึ่งระหว่างที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ธุรกิจก็ต้องพยุงค่าใช้จ่ายและประคองตัวเพื่อเตรียมพร้อมให้ธุรกิจกลับมา ซึ่งก็ขอให้มีมาตรการช่วยเหลือเช่น ซอฟท์โลน Co-Payment เพื่อพยุงให้เลี้ยงคนไว้ ซึ่งธุรกิจท่องเที่ยวอาจจะกลับมารวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพการแข่งขันดีกว่าประเทศอื่น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (3 ก.พ. 64)

Tags: , , , , , , , , , , ,