เพื่อไทย พร้อมอ้าแขนรับเศรษฐกิจไทยหลังเปลี่ยนขั้ว ขอดูเสียงวันซักฟอก

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ประกาศตัวอยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลว่า ในเมื่อประกาศไม่อยู่ฝ่ายรัฐบาลแล้ว เมื่อมาเป็นฝ่ายตรวจสอบจะไม่เรียกฝ่ายค้านไม่ได้ ทิศทางการทำงานก็คงชัดเจนว่า รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย คงจะเห็นพ้องกับฝ่ายค้านคงและจะลงมติไปในแนวทางเดียวกัน

“ถามว่า จะถึงขั้นมีเสียงล้มรัฐบาลได้หรือไม่ คงต้องไปดูเสียงจริง เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่า ฝ่ายค้านถูกดึงตัว ถูกซื้อตัวไปเยอะมาก ที่พวกเราเรียกว่างูเห่า อันนี้ก็ตัวตัวแปรที่มีผลพอสมควร ขึ้นอยู่กับสำนึกรับผิดชอบของผู้ที่จะลงมติในขณะนั้น มีต่อบ้านเมืองมีจำนวนมากน้อยขนาดไหน ข้อมูลชัดแจ้งแต่เอาเสียงข้างมากลากไปอันนี้ค่อนข้างลำบากใจ ในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ฉะนั้นขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนตัดสิน” นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความหวังล้มรัฐบาลกรณีพรรคเศรษฐกิจไทย ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่า มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน เพียงแต่หากนับมือในสภาแล้วยังไม่พอล้มรัฐบาลได้ แต่เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องทบทวน เพราะเมื่อมีพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวเช่นนี้เป็นรัฐบาลอื่นต้องพิจารณาตัวเองแล้ว เชื่อว่าปรากฏการณ์พรรคเศรษฐกิจไทยที่ถอนตัวเช่นนี้ หลายพรรคคงพิจารณว่า จะเดินตามแนวทางนี้ด้วยหรือไม่

ส่วนกรณีที่พรรคเศรษฐกิจไทย ไม่ได้ลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะสามารถร่วมอภิปรายด้วยได้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ปรึกษาทางสภาฯ แล้ว ในข้อบังคับการประชุมไม่มีอะไรปิดกั้น สามารถอภิปรายได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประสานเข้ามา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นการทำหน้าที่สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในวิกฤติเศรษฐกิจสังคมการเมืองที่เกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้า นักการเมืองคนใด จากพรรคการเมืองใด ที่คิดจะยกมือไว้วางใจต้องคิดให้ดี เพราะผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง ครั้งหลังสุด เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ว่าประชาชนไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะประชาชนได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจเดือดร้อนและลำบากมาก ในขณะที่รัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย และเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มองเห็นถึงสัญญาณลบนี้ของรัฐบาล ถ้ายังขืนพากันหาม พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเอาอะไรไปพูดกับประชาชน

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ค. 65)

Tags: , , , , ,
Back to Top