อาเซียน-อินเดีย เร่งสรุปแผนทบทวนความตกลงการค้า ชง รมต.ศก.เคาะ ส.ค.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย) เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ณ เมืองสุราบายา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยที่ประชุมได้หารือความคืบหน้าการทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย (AITIGA) เพื่อเร่งรัดหาข้อสรุปเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว อาทิ กรอบระยะเวลาและแผนการเจรจาทบทวนความตกลง AITIGA และขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการร่วมความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย (ASEAN-India Trade in Goods Agreement Joint Committee: AITIGA-JC) ตลอดจนการเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดีย ในเดือนส.ค.นี้

นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมฯ ได้เร่งรัดให้ได้ข้อสรุปต่อเอกสารสำคัญ 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนความตกลง AITIGA ได้แก่ 1) แผนการเจรจาและกรอบระยะเวลาการทบทวนความตกลง AITIGA 2) ขอบเขตหน้าที่ของ AITIGA-JC และ 3) โครงสร้างการเจรจาความตกลง AITIGA ซึ่งจะจัดตั้งคณะทำงานในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการทางศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

“ที่ประชุมตกลงที่จะให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดีย (AEM-India Consultations) ครั้งที่ 20 ให้ความเห็นชอบต่อเอกสารดังกล่าว เดือนส.ค.นี้ ก่อนที่จะเริ่มการเจรจาทบทวนอย่างเป็นทางการต่อไป โดยไทยได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายการเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม และปรับปรุงข้อบทให้ทันสมัย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจยิ่งขึ้น” นายดวงอาทิตย์ ระบุ

ทั้งนี้ ในปี 2565 การค้าระหว่างอาเซียนและอินเดีย มีมูลค่า 112,820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 23.14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยอาเซียนส่งออกไปอินเดีย 70,457 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากอินเดีย 42,362.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาเซียนได้เปรียบดุลการค้ามูลค่าถึง 28,095 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ก.ค. 66)

Tags: , ,
Back to Top