“Visa” เผยผลประกอบการสูงเกินคาดใน Q2/67 ขานรับการใช้จ่ายของผู้บริโภคฟื้นตัว

วีซ่า อิงค์ (Visa Inc) บริษัทสหรัฐที่ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรรายใหญ่ที่สุดของโลกรายงานเมื่อวันอังคาร (23 เม.ย.) ว่า บริษัทมีผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2567 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ เนื่องจากผู้บริโภคมองข้ามความวิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวและเดินหน้าจับจ่ายใช้สอยผ่านการใช้บัตรตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงการรับประทานอาหารนอกบ้าน ส่งผลให้หุ้นวีซ่าพุ่งขึ้น 2.7% ในการซื้อขายหลังตลาดปิดทำการเมื่อวานนี้

วีซ่า อิงค์เปิดเผยว่า กำไรที่มีการปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 2.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นในไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2567 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์จาก LSEG ที่ 2.44 ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนรายได้สุทธิอยู่ที่ 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ที่ 8.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างมาก แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเคลื่อนไหวในระดับสูงเป็นระยะเวลานานก็ตาม โดยชาวอเมริกันยังคงพิจารณาที่จะซื้อของชิ้นใหญ่ราคาสูงและใช้จ่ายด้านการเดินทางระหว่างประเทศ

เหล่าผู้บริหารของวีซ่า อิงค์ระบุว่า การเดินทางระหว่างประเทศยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากตลาดหลักอย่างสหรัฐและยุโรป แต่ระบุว่าการเดินทางของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังซบเซา เนื่องจากการฟื้นตัวหลังผ่านพ้นโรคโควิด-19 ระบาดนั้นอ่อนแอกว่าที่คาดไว้อย่างต่อเนื่อง

แต่วีซ่า อิงค์ระบุว่า กระแสการซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซที่แข็งแกร่งได้ช่วยชดเชยความอ่อนแอในตลาดเอเชีย

“บางตลาดยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดียวกับเมื่อปี 2562 และเอเชียมีความเด่นชัดเป็นพิเศษ เราคิดว่าเอเชียจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้ …แต่ระดับการฟื้นตัวในเอเชียนั้นช้ากว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้เล็กน้อย” นายคริส ซูห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเดินวีซ่า อิงค์ระบุในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์

ปริมาณการชำระเงินผ่านบัตรวีซ่าปรับตัวขึ้น 8% ในไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2567 ขณะที่ปริมาณการชำระเงินผ่านบัตรวีซ่าข้ามพรมแดน ยกเว้นภายในยุโรป ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศ พุ่งขึ้น 16% ส่วนการทำธุรกรรมปรับตัวขึ้น 11% ในช่วงเวลาดังกล่าว

ด้านอเมริกัน เอ็กซ์เพรส บริษัทบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่อีกรายได้รายงานกำไรไตรมาส 1 ของปีงบการเงิน 2567 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 67)

Tags: , , , ,
Back to Top