หุ้นไทยเช้านี้แนวโน้มแกว่งไซด์เวย์-อิงขึ้น ราคาน้ำมันพุ่งหนุนพลังงาน-ปิโตรฯ

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่ง Sideway ถึง Sideway up คล้ายตลาดภูมิภาคที่เช้านี้บวกราว 0.5-0.6% หลังคลายกังวลจากที่”ทรัมป์”ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ส่งผลให้ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น และตัวเลข PMI ภาคบริการทั่วโลกก็ออกมาดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแรงเกือบ 6% คาดหนุนกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี ส่วนบ้านเรามีลุ้นผลประชุมศบศ.พรุ่งนี้ เล็งออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค ส่วนนอกประเทศให้ติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และพรุ่งนี้ติดตามรายงานการประชุมเฟดของครั้งก่อน พร้อมให้แนวรับ 1,236-1,230 แนวต้าน 1,250-1,260 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up คล้ายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกราว 0.5-0.6% หลังคลายกังวลเรื่องประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ส่งผลให้ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของทั่วโลกก็ดีขึ้นด้วย ทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาด

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแรงเกือบ 6% เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้คาดว่าจะไปหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี อีกทั้งบ้านเราก็ยังมีลุ้นการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (7 ต.ค.) ซึ่งคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมา

อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งก็อาจจะต้องมีการลดวงเงินเยียวยา และพรุ่งนี้ก็ติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ของครั้งก่อน

พร้อมให้แนวรับ 1,236-1,230 จุด ส่วนแนวต้าน 1,250-1,260 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (5 ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,148.64 จุด เพิ่มขึ้น 465.83 จุด (+1.68%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,332.49 จุด เพิ่มขึ้น 257.47 จุด (+2.32%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,408.63 จุด เพิ่มขึ้น 60.19 จุด (+1.80%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 107.93 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 127.43 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 95.81 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 11.17 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 8.47 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 3.27 จุด
  • ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันชาติ
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (5 ต.ค.63) 1,242.99 จุด เพิ่มขึ้น 5.45 จุด (+0.44%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,164.15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ต.ค.63
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (5 ต.ค.63) ปิดที่ 39.22 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 2.17 ดอลลาร์ หรือ 5.9%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 ต.ค.) อยู่ที่ 2.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.29 แข็งค่าจากวานนี้ตามภูมิภาค ให้กรอบวันนี้ 31.25-31.35
  • “อาคม” นั่ง รมว.คลังตามคาด “ไพรินทร์”ชงผ่อนคลายล็อกดาวน์ เปิดรับนักท่องเที่ยว-ธุรกิจต่างชาติ เข้าประเทศเพิ่ม รับไฮซีซั่น หวั่นปิดประเทศนานเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ชี้มูลค่าเศรษฐกิจหายไป 1.5-1.7 ล้านล้านบาท ศบศ.หวังจีดีพีฟื้นตัวไตรมาสแรกปี 2564
  • ส.อ.ท.ช่วยเศรษฐกิจไทย ดึงบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศกว่า 100 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านล้าน เร่งชำระหนี้ค่าสินค้า หรือบริการให้แก่คู่ค้าที่เป็นเอสเอ็มอีภายใน 30 วัน ตั้งแต่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.63 มั่นใจเพิ่มสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีแสนล้าน เร่งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจจ่ายเงินเช่นกัน ไม่ควรดองภาษีประชาชน วอน ธปท.ยืดหนี้ 2 ปี เชื่อมั่นเอสเอ็มอี ส.ค.63 วูบ
  • นายกฯ ปลื้ม 9 เดือนของบีโอไอ อีอีซีทะลุ 1.5 ล้านล้าน สั่งเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สั่งศึกษาสร้างสะพานไทยเส้นทางขนส่งจากอีอีซีไปภาคใต้ หนุนแลนด์บริดจ์ เชื่อมท่าเรือชุมพรและท่าเรือระนอง และเชื่อมท่าเรือแหลมฉบังกับนานาชาติ
  • น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนกันยายน 2563 ลดลง 0.70% เทียบเดือนกันยายน 2562 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักหมวดอาหารสดและพลังงาน) สูงขึ้น 0.25% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากราคาสินค้าและบริการที่มีราคาสูงขึ้น 224 รายการ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่สินค้าราคาสูงขึ้น 128 รายการ ขณะที่สินค้าไม่เปลี่ยนแปลงราคา 68 รายการ ต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงราคา 183 รายการ และอีก 130 รายการราคาลดลง สูงกว่าเดือนก่อนหน้า สินค้าราคาลดลง 111 รายการ
  • นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) หารือกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เพื่อเสนอมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการชิมช้อปใช้ และมาตรการช้อปช่วยชาติ จะเสนอให้ศูนย์บริหารเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน พิจารณาในวันที่ 7 ต.ค. นี้

หุ้นเด่นวันนี้

  • RBF (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ”เป้า 11 บาท คาดกำไร Q3/63 โตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากรายได้ในประเทศที่ดีขึ้น และลูกค้ามีการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่ม Functional Drink ด้านโรงงานในเวียดนามจะเริ่ม Commercial Run ในเดือนนี้ ส่วนอินโดนีเซียกำลังทยอยเพิ่มการใช้กำลังการผลิต โดยคาดกำไรปี 2563-2564 +43% Y-Y และ +16% Y-Y ตามลำดับ แข็งแกร่งกว่าตลาดมาก
  • PTTEP (กรุงศรี) “ซื้อ”เป้า IAA Consensus 96 บาท ราคามันดิบฟื้นเป็น Sentiment บวกกับ PTTEP โดยตรง (Oil link) แนวโน้ม Q3/63 มีโอกาสเพิ่มขึ้น qoq ไม่มีแรงกดดันจาก Stock gain /Stock loss เหมือนโรงกลั่น
  • SVI (เคจีไอ) “เก็งกำไร”เป้า 3.8 บาท ประเมิน Laggard กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดย PE ปีนี้ 19 เท่า (DELTA 37 เท่า, HANA 20.6 เท่า) ขณะที่ Consensus คาดกำไร SVI Q3/63 โตเด่น 55% QoQ, 53% YoY พร้อมประเมินแนวรับ 4.1 บาท, แนวต้าน 4.5 บาท ส่วน Stop loss 3.9 บาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (6 ต.ค. 63)

Tags: , , , , , ,
Back to Top