คลัง-ก.ล.ต.ไฟเขียวอนุพันธ์ “คาร์บอน-คริปโท”เพิ่มทางเลือกนักลงทุนรับโลกการเงินยุคใหม่

คลัง ยกระดับ TFEX ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินการลงทุน มุ่งเสริมมิติเศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นรูปธรรม ผ่านการปรับปรุงและเพิ่มเติม “สินค้าอ้างอิง/ตัวแปรอ้างอิง” ภายใต้ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เพื่อให้ตลาดอนุพันธ์ไทยมีความหลากหลาย ครอบคลุม และดึงดูดนักลงทุน อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่รัดกุม และคุ้มครองผู้ลงทุนมากขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุว่า วันนี้ ตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าแบบเดิม แต่พัฒนาไปสู่สินทรัพย์ใหม่ ๆ ที่สะท้อน “โลกเศรษฐกิจจริง” และ “ความเสี่ยงรูปแบบใหม่” ตั้งแต่คาร์บอนไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเศรษฐกิจดิจิทัล การมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่จึงเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน” ที่สำคัญ

กระทรวงการคลัง จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยกระดับกรอบสินค้า และตัวแปรอ้างอิงให้ทันสากล โปร่งใส และคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน

ภายใต้หลักการปรับปรุงครั้งนี้ กระทรวงการคลัง และ ก.ล.ต. เห็นพ้องในการยกระดับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX) ให้รองรับผลิตภัณฑ์สำคัญของอนาคต ดังนี้

1. ยกระดับ “คาร์บอนเครดิต” จากเดิมเป็นตัวแปรอ้างอิง ให้เป็น “สินค้าอ้างอิงที่สามารถส่งมอบได้” เพื่อรองรับการซื้อขายได้ทั้งแบบส่งมอบจริง และชำระราคาเป็นส่วนต่าง (cash settlement) ทำให้ “คาร์บอน” ขยับจากแนวคิดเชิงนโยบาย ไปสู่กลไกตลาดที่ใช้งานได้จริง

2. เพิ่ม สิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) และ ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อหนุนการมุ่งสู่ Net Zero และขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ

3. เพิ่ม “สินทรัพย์ดิจิทัล” (คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัล) เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อให้การกำกับดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้องครอบคลุม รองรับการลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศตามการเติบโตของตลาด

4. เพิ่มดัชนีบนตัวแปรอ้างอิง (FX, อัตราดอกเบี้ย, ค่าระวาง) และดัชนีบนสินค้าอ้างอิง เพื่อให้ครอบคลุมดัชนีที่เกี่ยวข้องครบถ้วน และสะท้อนสภาพตลาดได้ดียิ่งขึ้น

5. ปรับปรุงขอบเขตสินค้าอ้างอิงบางรายการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น (เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ หรือปิโตรเคมี) เพื่อสอดคล้องกับโครงสร้างสินค้าในตลาดจริง

รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า การปรับปรุงดังกล่าว จะช่วยให้ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย สอดคล้องมาตรฐานสากล และความต้องการของผู้ลงทุน ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. จะสามารถติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายและผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงกำหนดรายละเอียดแบบ และข้อความของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (contract specification) ได้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อผู้ลงทุน และตลาดทุนโดยรวม

“กระทรวงการคลัง ขอย้ำว่าการสนับสนุน ก.ล.ต.ในครั้งนี้ คือการสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดอนุพันธ์ไทย เดินหน้าไปพร้อมโลกการลงทุนยุคใหม่ โดยสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงิน กับการคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ TFEX เป็นกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายเอกนิติ กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด