
นักวิเคราะห์ฯ เผยบรรยากาศการลงทุนวันนี้เข้าโหมด Risk-off SET อาจหลุด 1,400 จุดอีกรอบ รับแรงกดดันสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อดันราคาน้ำมันพุ่งกระทบเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก อีกทั้งสัญญาณเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลออกหลังซื้อต่อเนื่อง 3 เดือน โดยให้กรอบแนวรับ 1,380-1,385 จุด ถัดไป 1,340-1,350 จุด และแนวต้าน 1,430 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนวันนี้ตลาด Risk-off คาดดัชนี SET อาจไหลลงไปหลุดระดับ 1,400 จุด สอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาคเช้านี้เปิดตลาดมาปรับตัวลงค่อนข้างแรง โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกวันนี้ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล สร้างความกังวลว่าจะเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อและกระทบต่อเศรษฐกิจ สาเหตุจากสถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อและลุกลาม หลังปฏิบัติการพันธมิตรสหรัฐและอิสราเอลเข้าสู่เฟส 2 ไม่ใช่แค่การโจมตีจุดยุทธศาสตร์ทางทหารแต่ยังรวมถึงสาธารณูปโภคของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านมีการโต้กลับด้วยการโจมตีสนามบินและแหล่งน้ำมันของประเทศเพื่อนบ้าน
อีกทั้งก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนไหลเข้า แต่เช้านี้เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า Fund flow YTD เริ่มพลิกกลับมาเป็นลบหลังเข้าซื้อสุทธิ 3 เดือนติด เม็ดเงินต่างชาติเริ่มไหลออก อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มพลังงานต้นน้ำ โดยเฉพาะ PTTEP ราคาอาจเคลื่อนไหวดีกว่าตลาดได้
สัปดาห์นี้แนะติดตามประเด็นการเมืองในประเทศ คาดว่าจะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีความคืบหน้าทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล รวมทั้งตัวติดตามเลขเศรษฐกิจต่างๆ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีน
โดยให้กรอบแนวรับ 1,380-1,385 จุด ถัดไป 1,340-1,350 จุด และแนวต้าน 1,430 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (6 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,501.55 จุด ลดลง 453.19 จุด หรือ -0.95%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,740.02 จุด ลดลง 90.69 จุด หรือ -1.33% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,387.68 จุด ลดลง 361.31 จุด หรือ -1.59%
– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 54,608.63 จุด ร่วงลง 1,012.21 จุด หรือ -1.82% และหลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีร่วงลง 3,382.63 จุด หรือ 6.08% มาอยู่ที่ระดับ 52,238.21 จุด, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,075.74 จุด ลดลง 681.55 จุด หรือ -2.65% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,098.70 จุด ลดลง 25.49 จุด หรือ -0.62%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (6 มี.ค.) 1,410.37 จุด ลดลง 6.92 จุด (-0.49%) มูลค่าซื้อขาย 62,899.09 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (6 มี.ค.) 6,633.02 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (6 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 9.89 ดอลลาร์ หรือ 12.21% ปิดที่ 90.90 ดอลลาร์/บาร์เรล และเช้านี้ ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 มี.ค.) อยู่ที่ 12.40 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 32.08 คาดอ่อนค่า จับตาสงคราม ตอ.กลางยืดเยื้อ คาดกรอบวันนี้ 31.95-32.30
– สงครามตะวันออกกลางสู่ปัญหา “วิกฤตพลังงาน” ต่างชาติประเมินไทย “เจ็บหนักสุด” ในเอเชียจากผลกระทบราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ “อมรเทพ-CIMB” เตือนไทยเสี่ยง stagflation เศรษฐกิจไม่โต สวนทาง “เงินเฟ้อพุ่ง-สินค้าขึ้นราคา” ค่าครองชีพสูง รัฐต้องเตรียมแผนรับมือให้ชัด ภาคธุรกิจ-เอกชนปรับแผนรับมือต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาน้ำมัน-ค่าไฟและค่าขนส่งขยับยกแผง วางแผนเร่งสต๊อกสินค้ารับมือวัตถุดิบขยับราคา กลุ่มอะลูมิเนียม-บรรจุภัณฑ์อาหาร ยอมรับอั้นไม่อยู่ เตรียมปรับขึ้นราคา เม.ย.นี้ ผู้ผลิตแอร์เผยแผนล็อกราคาวัตถุดิบยาว 1 ปี
– เปิดแผนเผชิญเหตุวิกฤติพลังงาน 3 ด้าน รับวิกฤติตะวันออกกลาง จ่อออก พ.ร.ก.คลังค้ำกู้ให้กองทุนน้ำมัน ต่ออายุ อุ้มน้ำมัน-ก๊าซ เจรจาแหล่งพลังงานใหม่สหรัฐ-แอฟริกา หารือเพิ่มกำลังผลิตแหล่งเมียนมา-JDA เพิ่มการใช้ B100 ชง ครม. 10 มี.ค.เคาะแผนประหยัดพลังงาน ยึดโมเดล รับมือช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน นายกฯ สั่งรายงานข้อมูลหาแหล่งพลังงานเพิ่มรายสัปดาห์
– กมธ.พลังงาน วุฒิสภาเตรียมแถลงด่วนวันนี้ (9 มี.ค.) แจงข้อเท็จจริงวิกฤตพลังงาน หนุนเปิดข้อมูลน้ำมันสำรองให้โปร่งใส หวั่นคนตื่นตระหนก “สว.พรเพิ่ม” ลั่นอย่าอมพะนำ คนเข้าใจผิดจะเป็นเรื่องใหญ่ได้ แนะรัฐบาลหาแหล่งใหม่เสริม ขณะที่ กกพ.ชี้การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้ายึดหลัก Merit Order จากโรงไฟฟ้าต้นทุนต่ำสุดก่อนเพื่อให้ได้ ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม
– ปิดดีล “รัฐบาลภูมิใจไทย” ไร้ “กล้าธรรม – ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง” พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภาฯ – รองประธานคนที่ 1 ด้าน “เพื่อไทย” ได้ 5 ว่าการรวมรองนายกฯ และ 3 ช่วย ย้ำไม่ล็อกเป็นคนรุ่นใหม่-เก่า ขอคุณสมบัติไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ “พลังประชารัฐ” ได้ 1 เก้าอี้ ส่วนใครได้ตำแหน่งใด รอโหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ ก่อน จากนั้นเคาะ 100% ให้เหมาะสมกับสายงาน ด้านนายกฯระบุทุกพรรคต้องทำได้หลายหน้าที่หลัง “กล้าธรรม” ออกตัวเป็นฝ่ายค้าน ด้านทีมกุนซือภูมิใจไทย ย้ำแผนดันนโยบาย 10 พลัส ให้ไทยแข่งขันและเป็นแชมป์ในเวทีโลก
– 3 สมาคมอสังสังหาริมทรัพย์ มองทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 เป็นปีแห่งการประคองตัว จากปัจจัยภายนอกไม่แน่นอน ขณะที่ธนาคารยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป จึงให้มองหาโอกาสในวิกฤติ “เจาะตลาด ตลาดเศรษฐีระดับโลก” ให้หลบภัยสงครามมาที่ไทย นอกจากนี้ ยังเสนอมาตรการ 3+9 เพื่อใช้ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
– ททท.ปรับกลยุทธ์รับวิกฤติตะวันออกกลาง หันเร่งดึงตลาดระยะใกล้-อาเซียน เสริมทัพท่องเที่ยวไทย จับตาตลาดจีนฟื้นตัว 5% นักท่องเที่ยวคุณภาพใช้จ่ายต่อหัวเพิ่ม 15% ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประเมินผลกระทบ หวั่นยืดเยื้อ 8 สัปดาห์ ทำไทยสูญรายได้กว่า 4 หมื่นล้านบาท
– ‘พาณิชย์’ ถกห้างค้าส่งค้าปลีก-ตลาดสด ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าช่วงวิกฤตสู้รบตะวันออกกลาง ยืนยันสินค้ามีเพียงพอ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกกักตุน พร้อมกระทุ้งผู้ประกอบการจัดโปรโมชันช่วยลดค่าครองชีพ ไม้แข็ง!! หากพบฉวย โอกาสขึ้นราคาลงดาบคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท ปักธง เม.ย.ก.ค.69 จ่อลุยโครงการอุ้มราคาปุ๋ย-เคมีเกษตร
– สนข.เร่งเครื่องระบบตั๋วร่วม ปักธงเมษายนนี้ เตรียมประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วมครั้งแรก ตั้งเป้าเริ่มใช้บัตรใบเดียวเดินทางได้ทุกระบบรถไฟฟ้าภายในกลางปี 2570 หวังลดภาระค่าเดินทางประชาชน
– รัฐบาลย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” เจอคุกแน่ เป็นธุระจัดหาเจอโทษหนักกว่า “กรณ์” โพสต์จี้ “ก.ล.ต.-ปปง.” เหตุใดยังไร้หมายจับ “เบน สมิธ” ทั้งที่พบหลักฐานฟอกเงินชัดเจน ข้องใจหากมีการโยกย้ายหุ้นไปใครจะรับผิดชอบค่าโง่
หุ้นเด่นวันนี้
– BANPU (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 7.00 บาท คาดรับผลกระทบเชิงบวกทางอ้อมจากความไม่สงบในตะวันออกกลางจากราคาถ่านที่ Newcastle เพิ่มจาก USD100/ton ในม.ค.มาที่ USD130/ton คาดว่าธุรกิจถ่านหินทั้งในอินโดฯราคาผันผวนตาม Newcastle index ที่ 40% จากการขายทั้งหมดราว 22-25 ล้านตันต่อปี และธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลียสัดส่วนส่งออกราว 30-40% จากยอดขายทั้งหมด 7-8 ล้านตันต่อปี คาดหากราคาอยู่ที่ USD130/ton ตั้งแต่ Q2-4/69 คาด BANPU จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 80-90mUSD และธุรกิจก๊าซใน US ที่มียอดขาย 280-300Bcfe ต่อปีมีการ hedging ราว 50-60% และมีส่วนปรับราคาตาม Henry hub gas อยู่ที่ 40% คาดทุก USD1/mmbtu ที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อกำไร BANPU ที่ USD60mn ในช่วงที่เหลือของปี หากสถานการณ์ยืดยาวมีโอกาสที่ BANPU จะสามารถ rerate trading band สำหรับ PBV ขึ้นจาก -1SD มาซื้อขายที่ Mean คือ 0.62 เท่าเทียบเท่าราคาราว 7 บาท
– PTTEP (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus 141.75 บาท ประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นทะลุ Us$100 ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำต่อเนื่อง ราคาพลังงานพุ่งขึ้นและมี่อแนวโน้มยืนในระดับสูงต่อเนื่องจะทำให้แนวโน้มกำไรในช่วง H1/69-ปี 69 มี Upside โดยเบื้องต้นราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุกๆ US$1 ต่อบาร์เรลจะหนุนกำไรของ PTTEP เพิ่มขึ้นราว 1.5%+-
– AMATA (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 25 บาท คาดกำไรปี 69 จะเติบโต 14% YoY หนุนจาก Backlog สูงราว 2.1 หมื่นล้านบาท ยอดขายที่ดินปี 69 ฟื้นตัวเป็น 1,825 ไร่ (+50% YoY) จากความกังวลด้านภาษีนำเข้าที่ผ่อนคลาย ดีลที่เลื่อนจากปี 68 ใกล้ปิดการขาย และนโยบายภาครัฐสนับสนุนการดึงดูด FDI ส่วนราคาหุ้นอยู่ในภาวะ Deep Value จาก PER69 ซื้อขาย PER ไม่ถึง 6x PBV ต่ำเพียง 0.78x และ อัตราการจ่ายปันผลที่สูง 6.2% ต่อปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





