
โบรกประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” หุ้น บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น [MOSHI] ประเมินผลงานไตรมาส 1/69 สดใส คาดกำไรสุทธิพุ่งรับอานิสงส์ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ฝั่งค้าปลีกโตเด่นควบคู่การขยายสาขาใหม่เชิงรุก แม้เผชิญแรงกดดันต้นทุนนำเข้าและค่าขนส่งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ พร้อมส่งสัญญาณไตรมาส 2/69 โตต่อรับแผนขยายสาขาต่อ
ปิดภาคเช้าวันนี้ ราคาหุ้น MOSHI อยู่ที่ 35.50 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.70%)
นักวิเคราะห์จาก บล.กรุงไทยเอ็กสปริง ประเมินแนวโน้มผลประกอบการ MOSHI มีโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง ทั้งจากยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะหนุนกำไรไตรมาส 1/69 ที่ 179 ล้านบาท เติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 26% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล
ด้วยประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ MOSHI มีสินค้าต้นทุนเดิมเพียงพอสำหรับการจำหน่ายไปจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ทั้งในส่วนของสินค้านำเข้าและสินค้าในประเทศ ขณะที่ สินค้านำเข้าจากจีน บริษัทเริ่มปรับราคาขึ้นบางรายการเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้า เช่น พรม เพิ่มประมาณ 3-5% สำหรับคำสั่งซื้อในครึ่งปีหลัง
บริษัทมีนโยบายส่งผ่านต้นทุนสำหรับสินค้าใหม่ ส่วนสินค้าเดิมจะบริหารจัดการต้นทุนเองซึ่งประเมินว่าไม่มีนัยสำคัญ สำหรับสินค้าในประเทศ โดยเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มพลาสติก บริษัทอยู่ระหว่างรอประเมินราคาใหม่ในเดือนมิถุนายน เพื่อเตรียมสั่งซื้อสำหรับจำหน่ายในช่วงปลาย ไตรมาส 3/69 ถึง ไตรมาส 4/69
คาดการณ์กำไรไตรมาส 1/69 เติบโตจาก SSSG ที่เป็นบวกราว 3.5% ตามจำนวนลูกค้าเข้าสาขาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 6 แห่ง ส่งผลให้ยอดขายและ GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โมเมนตัม SSSG ในช่วงครึ่งแรกของเดือนเมษายนยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 2-3% โดยกลุ่มค้าปลีกยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มค้าส่งหดตัวลดลง เนื่องจากสาขาแพลตินั่มได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างในพื้นที่ นอกจากนี้คาดว่าผลงานจะได้รับแรงหนุนจากการจัดกิจกรรมการตลาด Back to School ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้ คำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 37 บาท

บล.ทิสโก้ คาดกำไรสุทธิ MOSHI ไตรมาส 1/69 ที่ 182 ล้านบาท (+16.6% YoY) จากความแข็งแกร่งของช่องทางค้าปลีก การปรับดีขึ้นของส่วนประสมผลิตภัณฑ์และการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย การอ่อนตัว QoQ จากฤดูกาลเมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4/68 เป็นไปตามปกติ และไม่กระทบมุมมองทั้งปี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MOSHI มูลค่าเหมาะสม 55.00 บาท (DCF) สะท้อน PER ปี 2569F ที่ 23.8 เท่า ซึ่งเป็นโอกาสในการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก PER ปี 2569F ปัจจุบันที่ 15.3 เท่า
เราคาดรายได้ MOSHI ไตรมาส 1/69 ที่ 980 ล้านบาท (+16.8% YoY, -15.9% QoQ จากฤดูกาล) โดยการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) อยู่ที่ 3-4% ช่องทางค้าปลีกซึ่งคิดเป็น 87% ของรายได้รวม (จาก 85% ใน ไตรมาส 1/68) เติบโตระดับเลขสองหลักที่สูงและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรายได้และกำไร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 56.0% (+70bps YoY)
ช่องทางออนไลน์และอื่นๆ เติบโตแรง 40-50% ขณะที่ค้าส่งลดลงระดับ high single digit จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยเฉพาะ Platinum Mall แต่ถูกชดเชยด้วยค้าปลีกที่แข็งแกร่ง บริษัทเปิดสาขาใหม่ 6 แห่งใน ไตรมาส 1/69 (ไฮเปอร์มาร์เก็ต 4 แห่ง และ standalone 2 แห่ง) โดยสาขาหนองฉางและตะกั่วป่าทำผลงานดีกว่าคาด
ค่าใช้จ่ายในการบริหารและการขาย (SG&A) ต่อรายได้เพิ่มเล็กน้อยเป็น 31.5% จาก 31.0% จากค่าแรงและโบนัส แต่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยสัดส่วนค้าปลีกที่สูงขึ้น
ปัจจัยลบมหภาคยังมีจำกัด สินค้านำเข้าจากจีนบางรายการปรับราคาขึ้น 3–5% แต่กระทบจำกัดเพราะบริษัทมีสต็อกต้นทุนเดิมถึง ส.ค. 2569 ค่าขนส่ง (~1.5% ของ COGS) และค่าน้ำมัน (~1.0–1.2% ของยอดขาย) ทำให้ผลกระทบต้นทุนโดยตรงจำกัด อีกทั้งสัญญาโลจิสติกส์ที่ดีขึ้นช่วยรองรับ
ต้นทุนเม็ดพลาสติกในประเทศเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม แต่คาดกระทบไม่ก่อน ไตรมาส 3/69 ยอดขายเดือนเมษายนยังเติบโตในระดับ low-single-digit และบริษัทตั้งเป้า SSSG ไตรมาส 2/69 ที่ 3–5% พร้อมแผนเปิดอีก 11 สาขา (เปิดแล้ว 2) แม้ Platinum Mall จะได้รับผลกระทบจากการปิดถนนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตั้งแต่ 14 เม.ย. อย่างไรก็ตาม guidance ทั้งปีที่รายได้โต 15–20% และเปิด 35 สาขายังคงเดิม
เราคงประมาณการกำไรปี 69 มูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 55.00 บาท และคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมุมมองการลงทุนอยู่บนการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนค้าปลีก การขยายสาขา นวัตกรรมสินค้า (SKU) และการบริหารสต็อกที่ดี
ความเสี่ยงหลักได้แก่ เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวมากกว่าคาด นักท่องเที่ยวลดลงกระทบค้าส่ง ค่าเงินผันผวน และต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจาก MOSHI มีสินค้าคงคลังสำรอง การกำหนดราคาที่ยืดหยุ่น และความต้องการขายปลีกหลักที่แข็งแกร่ง
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะนำ “ซื้อ” หุ้น MOSHI มองการเติบโตในไตรมาส 1/69 แข็งแกร่ง คาดการณ์กำไรหลักที่ 181 ล้านบาท (+22.1% YoY -23.9% QoQ ) ทั้งนี้ การลดลง QoQ สะท้อนถึงปัจจัยฤดูกาล ขณะที่การเติบโต YoY ที่แข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาเชิงรุก และ SSSG ที่แข็งแกร่ง รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น เมื่อรวมผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย 2 ล้านบาท เราคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 179 ล้านบาท (+14.9% YoY, -26.1% QoQ)
โมเมนตัมการเติบโตของยอดขายยังแข็งแกร่ง เราคาดว่ายอดขายจะเติบโต 17.5% ใน ไตรมาส 1/69 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการขยายสาขา และSSSG ที่อยู่ในระดับดี MOSHI เปิดสาขาใหม่ 6 สาขาใน ไตรมาส 1/69 (เทียบกับเป้าทั้งปี 35 สาขา) ทำให้จำนวนสาขารวมในประเทศไทยอยู่ที่ 208 สาขา
เราคาดว่า SSSG ในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 3.8% (เทียบกับเป้าของผู้บริหารที่ 3-5% สำหรับปี 69) โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้า (traffic) แนวโน้มรายเดือน SSSG ชะลอตัวในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม แต่ยังคงอยู่ในระดับบวก โดยกุมภาพันธ์ ได้รับผลกระทบจากฐานสูง มีนาคม sentiment การบริโภคอ่อนตัวจากความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลาง นอกจากนี้ธุรกิจค้าส่ง (wholesale) กดดัน SSSG โดยรวม หากไม่รวม wholesale เราคาดว่า SSSG ธุรกิจค้าปลีกมากกว่า 5% ใน ไตรมาส 1/69
โมเมนตัมมีแนวโน้มต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/69 SSSG เริ่มแสดงสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในเดือนเมษายน โดยการเติบโตแบบ MTD คาดอยู่ที่ประมาณ 2–3% ซึ่งสูงกว่าระดับในเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม ฝ่ายบริหารคาดว่า SSSG ใน ไตรมาส 2/69 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย บริษัทมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 10 สาขาในไตรมาส 2/69 ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันรายได้
ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ถือว่า “อยู่ในระดับบริหารจัดการได้” ต้นทุนโลจิสติกส์คิดเป็น ~1% ของยอดขาย ค่าขนส่ง (freight) อยู่ที่ประมาณ 1.5–2.0% ของยอดขาย
กลยุทธ์ด้านราคา บริษัทมีแนวโน้มจะตรึงราคาสินค้าเดิม ขณะที่การส่งผ่านต้นทุน (cost pass-through) ยังสามารถทำได้สำหรับสินค้าใหม่ ความสามารถรับต้นทุน ด้วยอัตรากำไรสุทธิที่อยู่ในระดับดี MOSHI มี buffer เพียงพอรองรับแรงกดดันด้านต้นทุน
แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 52.00 บาท (DCF) ใช้ WACC ที่ 8.7% และ terminal growth ที่ 1% ณ ราคาหุ้นปัจจุบันมี P/E ปีนี้ 15.0 เท่า (Mean-1.5SD) และมี PEG ต่ำกว่า 1 เท่า โดยเราคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ขยายตัวแกร่ง 20% และเติบโตต่อ 16% ในปี 70
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)





