
นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์อัพ โดยยังมีปัจจัยหนุนจากทิศทางของ Fund Flow ที่ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง และตลาดผ่อนตลายปัจจัยการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ หลังตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯชะลอ และวันนี้ติดตามการรายงานเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.ของไทย พร้อมให้แนวต้าน 1,620-1,630 จุด แนวรับ 1,600 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์อัพ โดยที่ยังคงมีปัจจัยหนุนจากทิศทางของกระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย และเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ต่อเนื่อง ประกอบกับตลาดมีความผ่อนคลายลงในเรื่องของทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐที่จะปรับขึ้น หลังจากที่ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง ทำให้เป็นปัจจัยที่กลับมาหนุนต่อตลาดหุ้น
ขณะที่ปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามการรายงานเงินเฟ้อของไทยเดือนมิ.ย. ซึ่งตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 2.7% จากเดือนก่อน 2.79% หากออกมาต่ำกว่าคาดก็อาจเป็นปัจจัยที่หนุนต่อตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน
โดยให้แนวต้าน 1,620-1,630 จุด แนวรับ 1,600 จุด
ปะเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดทำการในวันศุกร์ (3 ก.ค.) เนื่องในวันชาติสหรัฐฯ
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 69,973.34 จุด เพิ่มขึ้น 229.27 จุด หรือ +0.32% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,404.61 จุด เพิ่มขึ้น 54.58 จุด หรือ +0.23% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,059.19 จุด เพิ่มขึ้น 15.55 จุด หรือ +0.38%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (3 ก.ค. ) 1,611.28 จุด เพิ่มขึ้น 17.72 จุด (+1.11%) มูลค่าซื้อขาย 80,492.88 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (3 ก.ค.) 5,791.81 ล้านบาท
– ตลาดน้ำมันสหรัฐปิดทำการ 3 ก.ค. เนื่องในวันชาติสหรัฐฯ และ ณ เวลา 06.45 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวลง 41 เซนต์ หรือ 0.60% แตะที่ระดับ 68.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (3 ก.ค.) อยู่ที่ 19.97 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.16/18 ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อไทย คาดกรอบวันนี้ 33.00-33.20
– ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินถึงคราวสิ้นสุดทางเลื่อน 2 เดือนชงบอร์ดอีอีซี ชี้ขาดโมเดลลงทุนใหม่ ลดระดับเหลือรถไฟความเร็วปานกลาง 160 กม./ชั่วโมง ให้ ร.ฟ.ท.ศึกษาลงทุนระบบราง สร้างทางคู่เชื่อม “สายสีแดง-แอร์พอร์ตเรลลิงก์” งบลงทุนจาก 1.4 แสนล้าน เหลือ 9 หมื่นล้าน เตรียมเปิดประมูล PPP จ้างเอกชนเดินรถ ส่วนกลุ่ม ซี.พี. มีสิทธิ์ลุ้นร่วมวง ร.ฟ.ท.เผยแผนสร้างสายสีแดงเพิ่ม Missing Link สถานีบางซื่อ-หัวลำโพง และบางซื่อ-หัวหมาก ทะลุอู่ตะเภาพร้อมปรับปรุงรางแอร์พอร์ตลิงก์ ส่วนสายตะวันออกอัพเกรดทางเดี่ยวสู่ทางคู่ “บิ๊กบีทีเอส” ขอลุยสร้างเมืองการบินก่อน
– UTA ยันเดินหน้าพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา แม้ไฮสปีดเทรนซีพีชะงัก โดยเตรียมเพิ่มทุนอีก 5 พันล้านบาท เป็น 2 หมื่นล้านบาท ลงทุนเฟสแรก ประเดิมทยอยลงทุนเมืองการบินบนพื้นที่ 1 ไร่ก่อน ส่วนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 จะยังไม่ลงทุนขอรอความชัดเจนแผนระบบรางของภาครัฐก่อน
– ยักษ์ “อีคอมเมิร์ซ” ต่างชาติคุมเกมธุรกิจแบบเบ็ดเสร็จ กวาดรายได้ในไทยกว่า 1.6 แสนล้านบาท กำไรกว่า 7 พันล้าน ผู้ประกอบการไทย/เจ้าของสินค้า เจอปัญหา “วิกฤตกำไร” แบกต้นทุนจ่ายค่าฟี+ค่าการตลาดให้แพลตฟอร์มเกือบ 40% แถมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมถี่ ผู้ค้า “ยิ่งขายยิ่งเจ๊ง” ร้านค้าแฉแพลตฟอร์มต่างชาติทำลายโครงสร้างราคา
– ส.อ.ท. บี้ภาครัฐเร่งปรับราคาพลังงานภายในประเทศ สะท้อนต้นทุนโลกที่ลดลง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย กดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลง พร้อมบริหารกองทุนน้ำมันอย่างสมดุล
– ตลาดอสังหาฯอีอีซีชะลอตัวยาว สต๊อกท่วม 3 แสนล้าน ขายวน 3 รอบ ใช้เวลาระบาย 7 ปี REIC เปิดตัวเลขไตรมาสแรกหดตัว 45% จับตาไฮสปีดสะดุดฉุดที่ดินราคาติดดอย แช่แข็งยาว นักลงทุน แลนด์ลอร์ด ลดราคาเดือดเทขาย “บ่อวิน” เนื้อหอม ทุนจีนทะลัก
– อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ส่อวิกฤติ ภาคการผลิตชะลอต่อเนื่อง ส่งออกเริ่มซึม เหตุทั่วโลกเศรษฐกิจไม่ดี รถจีนแย่งลูกค้า แม้ยอดขาย ในประเทศเริ่มเป็นบวก แต่โตจากรถนำเข้าเป็นหลัก ส่งผลชิ้นส่วนไทยรับผลกระทบ ผลิตน้อย ทำงานไม่เต็มเวลา บุคลากรรายได้หด จับตาแบรนด์ญี่ปุ่นปรับตัวรับมือแข่งราคา หันหาชิ้นส่วนราคาถูก ซ้ำเติม อุตสาหกรรมในประเทศ
– “ภาคเศรษฐกิจจริง” เผชิญความท้าทายแรงกดดันพลังงานโลกฉุดต้นทุนธุรกิจ ต้นทุนพลังงานยังกดดันภาคการผลิต พ่วงปัจจัยกำลังซื้อและ หนี้ครัวเรือน “นักเศรษฐศาสตร์” คาดอสังหาฯ ฟื้นตัวอย่างน้อย 2 ปี ขณะที่ “แบงก์” ตั้งการ์ดสูง คุมเข้มการปล่อยกู้ “แบงก์ชาติ” ชี้ภาพใหญ่ “เศรษฐกิจไทย” ขยายตัวแต่ ไม่ทั่วถึง ห่วงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอยู่เดิม
– กรมทางหลวงดัน 2 โครงการชง ครม.ในปี 69 เร่งทบทวนค่าก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M 8 (นครปฐม-ปากท่อ) กว่า 4 หมื่นล้านบาทหลังราคาน้ำมันดีด และรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.ทางหลวง, พ.ร.บ. ค่าธรรมเนียมฯ เพื่อปลดล็อกให้ระดมทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน “ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์” (TFFIF) นำร่องสร้าง M 8 ส่วนวงแหวนหาดใหญ่ ผนวกแผนบริหารน้ำจบใน 90 วัน
– “นิด้าโพล” เผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส “เท้ง” และพรรคประชาชน ยังคะแนนนำ ตามมาด้วย “อนุทิน” และ “พรรคภูมิใจไทย” อันดับตามทั้งผู้นำและพรรค เป็น “เพื่อไทย” รองลงมาคือ “ประชาธิปัตย์”
*หุ้นเด่นวันนี้
– BGRIM (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.70 บาท กำไร ไตรมาส 2-3 ปี 69 คาดชะลอรับผลกระทบต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้น แต่เรามองข้ามและคาดหวังการฟื้นตัวระยะถัดไปจากสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานผ่อนคลายลง ระยะสั้นจะมี Catalyst จาก Direct PPA และ PDP ฉบับใหม่ที่จะประกาศใช้ปีนี้ นอกจากนี้ รวมมูลค่าโครงการ 96MW Hyperscale DC ที่จะเริ่ม COD ต้นปี 70 หนุนราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น 2.70 บาท/หุ้น
– WHAUP (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 7.55 บาท รองรับ Data Center ไทยมีโอกาสเพิ่มจาก 600MW ในปี 68 สู่ 5GW ภายในปี 73 จากการลงทุนของผู้เล่น Hyperscale และโครงการที่ได้ BOI คาดนิคม WHA รองรับ Data Center ราว 38% ของประเทศ ช่วยหนุนยอดขายน้ำอุตสาหกรรมและสร้าง Upside จากโครงการ Direct PPA ในอนาคต ปรับเพิ่มประมาณการ กำไรระยะยาวจากความต้องงการใช้น้ำแข็งแกร่ง พร้อมคาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 15% ในช่วงปี 69-74 และยังมีศักยภาพรองรับการเติบโตได้อีกมากโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มสูงมากนัก
– GULF (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 73.50 บาท แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 ดีขึ้นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าในไทยตามความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อน ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รับรู้เงินปันผลก้อนใหญ่ KBANK และกำไรพิเศษจากการขายหุ้นโครงการโรงไฟฟ้าปากลายช่วยชดเชยต้นทุนก๊าซที่กระทบต่อโรงไฟฟ้า SPP ในส่วนของการลงทุนทางด้าน data center มีโครงการ COD แล้ว 25MW (GSA01 ถือหุ้น 40%) และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 138MW (GSA02 และ GEDC01) ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท Flat YoY และ 3.6 หมื่นล้านบาท +10%YoY
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน





