หุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,233.68 จุด ต่ำสุดรอบ 6 เดือน

  • ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,233.68 จุด ลดลง 9.28 จุด (-0.75%) มูลค่าการซื้อขาย 44,575.81 ล้านบาท
  • การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบ โดยดัชนีปรับขึ้นสูงสุดที่ 1,247.89 จุด และปรับลงทำระดับต่ำสุดที่ 1,226.95 จุด
  • ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 405 หลักทรัพย์ ลดลง 1,088 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 438 หลักทรัพย์

นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองในประเทศ ในเรื่องการชุมนุมที่มีลักษณะดาวกระจายและอาจจะมีความยืดเยื้อ หลังยังไม่มีการเจรจาระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาล โดยสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงปัจจัยจากต่างประเทศก็ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหมี่ของสหรัฐ และความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ตลอดจนสถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดรอบใหม่จนทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์หลายเมืองในยุโรป

ประกอบกับระหว่างวันดัชนีหลุดระดับต่ำสุดเดิมที่ 1,230 จุดลงมา อีกทั้งเป็นวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุน และบางส่วนขายทำกำไรลดความเสี่ยงรอดูพัฒนาการของปัจจัยต่างๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมถึงยังรอดูการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ในสัปดาห์หน้าด้วย โดยเฉพาะกรณีของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ โดยหากผลประกอบการของกลุ่มธนาคารออกมาไม่แย่กว่าคาดดัชนีก็อาจจะรีบาวด์ขึ้นได้ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิดด้วย

ทั้งนี้ มองแนวรับสัปดาห์หน้าบริเวณ 1,200 จุด และแนวต้านที่ 1,250 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,801.67 ล้านบาท ปิดที่ 58.50 บาท ลดลง 0.75 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,621.42 ล้านบาท ปิดที่ 32.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,325.68 ล้านบาท ปิดที่ 73.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
STA มูลค่าการซื้อขาย 1,091.88 ล้านบาท ปิดที่ 31.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
STGT มูลค่าการซื้อขาย 1,090.90 ล้านบาท ปิดที่ 90.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ต.ค. 63)

Tags: , , , , , ,
Back to Top