นายกฯ ปลื้มไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่ม “Digital Nomad”

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลการจัดอันดับของ Holidu ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับการค้นหาสถานที่พักผ่อนของเยอรมนี ได้ยกให้ 3 เมืองของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ เป็นเมืองที่เหมาะกับการทำงานและพักผ่อนที่สุดในโลก (The Best Cities for a Workation 2021) โดยหากเจาะลึกลงไปในกลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางด้วยจุดประสงค์ดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ กลุ่ม “Digital Nomad” ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานทางไกลผ่านระบบออนไลน์จากต่างประเทศ หรือประเทศปลายทาง ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว รวมถึงมักจะพำนักแบบระยะยาว และมีสถานที่ทำงานเป็นร้านกาแฟ ห้องสมุดสาธารณะ และ Co-working Space

โดยจากผลการสำรวจของ Adventure Travel Trade Association ปี 2021 พบว่า ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่ม Digital Nomad ในลักษณะของการพำนักแบบ Long Stays (มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป) และ Medium Stays (ระหว่าง 1-3 เดือน) โดยมีปัจจัยประกอบการพิจารณา ได้แก่ 1. อินเตอร์เน็ตที่เสถียร 2. อากาศที่ดี 3. ค่าครองชีพที่ต่ำ 4. มาตรการรับตรวจลงตรา(visa)ที่ไม่ยุ่งยาก และ 5. แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ดังนั้นจึงนับเป็นโอกาสสำคัญของไทย เพื่อรองรับการทำงานในสถานการณ์โควิด-19 ที่พนักงานไม่จำเป็นต้องอยู่ในสำนักงาน Remote Work หรือทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work From Anywhere) ประกอบกับไทยมีเมืองที่เหมาะสมกับการทำงานและพักผ่อน (Workation) ซึ่งสอดคล้องกับ 3 เมืองหลัก ๆ ของไทย (กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่) นอกจากนี้ จากการผลการสำรวจของ MBO Partners ยังพบว่าจำนวนของกลุ่ม Digital Nomad ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี โดยในปี 2020 มี Digital Nomad ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นเป็น 10.9 ล้านคน จาก 7.3 ล้านคน ในปี 2019

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้เดินหน้าเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของไทยในด้านนี้ เพื่อรองรับกลุ่ม Digital Nomad โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 รัฐบาลได้อนุญาตการตรวจลงตราให้กับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางมาพำนักแบบระยะยาว (Long Stay) ในรูปแบบ “นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV)” ให้สามารถอยู่ในไทยได้ครั้งละ 90 วัน และอยู่ต่อได้อีกสองครั้งหรืออยู่สูงสุดได้ไม่เกิน 270 วัน เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ

“นายกรัฐมนตรีขอบคุณการทำงานอย่างแข็งขันของทุกภาคส่วน ที่ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวและการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการกระจายรายได้ในวงกว้าง ทั้งในภาคท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกระจายไปสู่ชุมชนต่าง ๆ ทั้งนี้ ขอให้เชื่อมั่นการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่มีการศึกษาแนวทางปัจจุบันในโลกอยู่เสมอ และพร้อมปรับการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง”

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ธ.ค. 64)

Tags: , ,
Back to Top