STGT พุ่ง 5.49% โบรกฯมองกำไรปี 64 ยังโตดีแม้แนวโน้มราคาขายถุงมือยางลดลง

หุ้น STGT ราคาพุ่งขึ้น 5.49% มาอยู่ที่ 48.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท มูลค่าซื้อขาย4,140.41 ล้านบาท เมื่อเวลา 12.09 น. โดยเปิดตลาดที่ 46.00 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 48.25 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 45.00 บาท

บล.เคทีบีเอสที ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ “ซื้อ” หุ้น บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย)(STGT) แม้สัญญาณราคาขายถุงมือยางปรับตัวลดลงมาเร็วกว่าคาด แต่มี dividend yield สูงที่น่าสนใจที่ระดับ 13% โดยปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 51.00 บาท จากเดิมที่ 58.00 บาท จากมุมมองเป็นลบมากขึ้นจากผู้บริหารแจ้งว่าราคาขายถุงมือยางเฉลี่ยไตรมาส 2/64 มีแนวโน้มปรับตัวลงราว -10% ถึง -15% ตามตลาดโลก แต่อย่างไรก็ตามราคาขายถุงมือยางบริษัทในช่วงเดือน เม.ย.64 ราคาขาย +5% QoQ และราคาขายเดือน พ.ค.64 ทรงตัวจากเดือน เม.ย.21 ขณะที่ มิ.ย.64 คาดว่าราคาขายปรับตัวลงตามตลาดโลก

นอกจากนี้ ผู้บริหารยังคงเป้าหมายยอดขายถุงมือยางปี 64 อยู่ที่ 3.2 หมื่นล้านชิ้น จากกำลังการผลิตที่เพิ่มในไตรมาส 2/64 ราว 12% หรือคิดเป็น 5,000 ล้านชิ้นต่อปี

ทั้งนี้ ปรับกำไรปี 64 ลง -3% และปี 65 ลง -10% เป็น 3.44 หมื่นล้านในปี 64 และ 1.8 หมื่นล้านในปี 65 เพื่อสะท้อนราคาขายถุงมือยางที่ปรับตัวลดลงเร็วกว่าคาดและสถานการณ์โควิด-19 มีแนวโน้มดีขึ้นในปี 65 จากการเร่งฉีดวัคซีนทั่วโลก ทำให้ปรับสมมติฐานราคาขายเฉลี่ยปี 64 ลงเป็น 2.13 บาทต่อชิ้น จากเดิมที่ 2.20 บาทต่อชิ้น และราคาขายถุงมือยางเฉลี่ยปี 65 ลดลงเป็น 1.60 บาทต่อชิ้น จากเดิมที่ 1.80 บาทต่อชิ้น

ด้านราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น outperformed SET +14% ใน 3 เดือนที่ผ่านมา จากการกกลับมาระบาดหนักของโควิด-19 ในช่วง เม.ย.64 และยังคงมีผู้ติดเชื้อรายวันสูงกว่า 2,000 ราย ส่งผลต่อ sentiment เชิงบวกกับราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบัน STGT เทรดอยู่ที่ 2564 PER ที่ 4x และจะเพิ่มขึ้นเป็น 6x ปี 65 ซึ่งเป็นปีที่กำไรจะเริ่มกลับสู่ระดับปกติ Key catalyst คือกำไรปี 64 ที่เติบโตดี ในขณะที่ความเสี่ยงคือราคาขายถุงมือยางที่อาจปรับลดลงเร็วกว่าคาด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 64)

Tags: , , , ,