หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ กังวลผลประกอบการบจ.ต่ำคาด-เฟดไม่ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์ฯ คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้จะเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ เนื่องจากเผชิญปัจจัยกดดันจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาต่ำกว่าคาด รวมทั้งดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มรีบาวด์เล็กน้อย ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคที่เข้าใกล้ภาวะ Overbought โดยให้แนวรับที่ 1,330 จุด และแนวต้านที่ 1,345-1,350 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มมีการรีบาวด์ขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่อ่อนค่าทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินทุนไหลเข้า ประกอบกับงบการเงินของบริษัทในกลุ่ม Real Sector อาทิ SCC ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เช่นเดียวกับกลุ่มธนาคารก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้แรงเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการลดลง และอาจมีแรงขายทำกำไรในหุ้น SCC ออกมาในวันนี้

สำหรับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยประธานเฟดยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวัง และไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ ทำให้นักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ขณะเดียวกันสัญญาณทางเทคนิค ดัชนีเข้าใกล้ระดับเขต Overbought อาจทำใหันักลงทุนใช้ความระมัดระวัง

โดยให้แนวรับที่ 1,330 จุด และแนวต้านที่ 1,345-1,350 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (28 ม.ค.) 49,015.60 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด หรือ +0.02%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,978.03 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,857.45 จุด เพิ่มขึ้น 40.35 จุด หรือ +0.17%
  • ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดผันผวน ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,301.26 จุด ลดลง 57.45 จุด หรือ -0.11%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 27,627.11 จุด ลดลง 199.8 จุด หรือ -0.71% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,155.92 จุด เพิ่มขึ้น 4.68 จุด หรือ +0.11%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (28 ม.ค.) 1,338.90 จุด เพิ่มขึ้น 4.45 จุด (+0.33%) มูลค่าซื้อขาย 44,733.10 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (28 ม.ค.) 451.48 ล้านบาท
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (28 ม.ค.) เพิ่มขึ้น 82 เซนต์ หรือ 1.31% ปิดที่ 63.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (28 ม.ค.) อยู่ที่ 6.61 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.13 อ่อนค่าจากวานนี้ รับดอลลาร์แข็งค่าหลังเฟดคงดอกเบี้ยตามคาด
  • “ผู้ว่าฯ ธปท.” จ่อประกาศคุมเพดานถอนเงินสด บี้ธนาคารโดดร่วมตรวจสอบ เผยช่วง 2 สัปดาห์เจอพิรุธถอนเงินสด 2 เคส สูง 200- 250 ล้านบาท แต่เบิกแบงก์ห้าร้อย ยันสอบพบโยงเลือกตั้ง ลุยชง กกต.ฟันต่อทันที พร้อมเตรียมคลอดมาตรการคุมเทรดทอง แก้บาทแข็งพร้อมขจัดทุนเทา
  • ธปท. เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย ทองคำ เป็นการกำหนดซื้อขายทองออนไลน์บนแพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน) ที่เป็นเงินบาท จำกัดวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท ต่อวัน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแลฐานข้อมูลอย่างชัดเจน ซึ่งการซื้อขายทองคำมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทอย่างมาก โดยมีมาตรการสำคัญ 2 ระยะ คือ การขอข้อมูล โดยให้ร้านทองส่งข้อมูลการซื้อขายทองคำออนไลน์ (ทั้งแอปสกุลเงินบาทและดอลลาร์) โดยเน้นรายงานรายชื่อผู้ที่ซื้อขายเกิน 20 ล้านบาท ซึ่งให้เริ่มรายงานย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา
  • “แบงก์ชาติ” ชี้เศรษฐกิจไทยปี 69 ลุ้นโตแค่ 1.5-1.7% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี หลังปัญหานอกประเทศ-ปัญหาเชิงโครงสร้างรุมเร้า มองสุญญากาศการเมืองทำงบ 70 ดีเลย์ยาว ไร้แรงส่ง
  • ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถ ปี 2568 แตะ 1.45 ล้านคัน ลดลงต่อเนื่อง 3 ปี ยอมรับปีที่แล้วอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในสภาวะประคองตัว พร้อมตั้งเป้าผลิตปีนี้ 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย หวังปัจจัยหนุนจากลดดอกเบี้ย แบงก์กล้าปล่อยกู้ ขณะที่การส่งออกทรงตัวท่ามกลางความเสี่ยงโลก
  • คาดการค้าชายแดนและผ่านแดนไทยคาดทะลุ 2 ล้านล้านบาท แม้ค้าชายแดนลดลง แต่ค้าผ่านแดนยังช่วยพยุง ขณะดัชนีเชื่อมั่นระยะสั้นลดลงหนัก โดยเฉพาะกัมพูชา-เมียนมา-ลาว ส่วนระยะยาวมีแนวโน้มดีขึ้น สภาหอการค้าฯ เตรียมจัดทำยุทธศาสตร์และมาตรการเยียวยาเสนอรัฐบาลใหม่

หุ้นเด่นวันนี้

  • PTTEP (อินโนเวสท์ เอกซ์) ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจากความกังวลหลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่าน และกดดันอุปทานในตะวันออกกลาง ในไตรมาส 4/68 คาดจะเป็นไตรมาสที่กำไรสุทธิแข็งแกร่งที่สุดของปี 2568 จากกำไรพิเศษจากประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน FX และการต่อรองราคาซื้อโครงการก๊าซฯ Touat ในแอลจีเรีย เป้าหมายระยะสั้น 127 บาท
  • NSL (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33 บาท ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต +13–15% YoY จากการออกสินค้าใหม่และการร่วมมือกับพันธมิตร โรงงานใหม่คาดเริ่ม operate กลางปี 69 ระยะสั้นรายได้เดือน ม.ค. ยังทำได้ดี สินค้าใหม่ได้รับการตอบรับที่ดี สถานการณ์แรงงานคลี่คลาย คาดกำไรปี 69 +9% YoY ปัจจุบันเทรด PER ราว 10 เท่า และให้ Dividend Yield ประมาณ 5%
  • AP (แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์) ซื้อ ไตรมาส 4/68 คาดกำไรเติบโต QoQ และ YoY จากการเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก โดย AP รายงานยอด Presale เติบโตเด่นที่ 1.4 หมื่นลบ. +13% QoQ, +52% YoY อีกทั้งแผนธุรกิจใน 2-3 ปีข้างหน้ายังตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่ม Market Share ของบริษัท ขณะที่ปัจจุบัน Valuation ยังไม่แพง พร้อมกับ Dividend Yield ที่น่าสนใจราว 6% ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์: 9.6 บ. (เทียบเท่าปี 2569 P/E=6x)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)