CONSENSUS: GUNKUL ผงาดรับยุค Data Center ลุ้นงานสายส่งพุ่ง-ส้มหล่นค่าไฟขาขึ้น

โบรกเชียร์ “ซื้อ” หุ้น บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง [GUNKUL] กำไรปี 69 โตแกร่ง รับอานิสงส์การขยายตัวของกลุ่ม Data Center หนุนรายได้ EPC พุ่ง พร้อมรับส้มหล่นแนวโน้มค่าไฟปรับขึ้นหนุนรายได้ ขณะที่แผน PDP ฉบับใหม่เป็น Upside สำคัญช่วยหนุนการเติบโตระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ แม้อาจยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนวัสดุจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าบริษัทบริหารจัดการได้ดี

ราคาหุ้น GUNKUL ปิดเที่ยงวันนี้ 2.48 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน

นายกิจพัฒน วงษ์เมตตา นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง มองแนวโน้มผลการดำเนินงาน GUNKUL ปีนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY) ปัจจัยหนุนหลักจากการรับรู้รายได้งานก่อสร้าง (EPC) เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานในมือ (Backlog) ที่สะสมมาตั้งแต่ปีก่อนหน้า

อีกหนึ่งปัจจัยบวกสำคัญคือ การขยายตัวของการลงทุนในภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ที่เข้ามาตั้งฐานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ความต้องการสายส่งไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งภาครัฐทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำเป็นต้องเร่งขยายสายส่งขนาดใหญ่

ทั้งนี้ GUNKUL ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียงไม่กี่รายในประเทศที่มีความสามารถสร้างระบบสายส่งระดับ 220 kV จึงมีโอกาสสูงที่จะได้รับส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) และจะกลายเป็น Upside สำคัญต่อธุรกิจ EPC ในอนาคต

ในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า มองว่าความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้แนวโน้มค่าไฟฟ้าในประเทศมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) เกี่ยวกับการปรับค่าไฟฟ้างวดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะขยับขึ้นมาอยู่ในช่วง 3.95-4.59 บาทต่อหน่วย จากเดิมที่ 3.88 บาทต่อหน่วย

การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าจะเป็นผลบวกโดยตรงต่อ GUNKUL เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่สูตรราคาขายไฟเชื่อมโยงกับค่าไฟฟ้าฐานและค่า Ft ทำให้บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามค่าไฟที่สูงขึ้น ขณะที่บริษัทไม่มีต้นทุนด้านก๊าซธรรมชาติเหมือนโรงไฟฟ้าประเภท SPP ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Margin) ขยายตัวขึ้นทันที ประเมินว่าปัจจัยค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจะสร้าง Upside ต่อประมาณการกำไรสุทธิราว 1-3%

บล.บัวหลวง ประมาณการกำไรสุทธิของ GUNKUL ในปีนี้ไว้ที่ 1,810 ล้านบาท เติบโตราว 12% ซึ่งเป็นการประเมินแบบ Conservative เนื่องจาก Adder บางโครงการทยอยหมดอายุลง อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้จากงาน EPC แข็งแกร่งและการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่ๆ จะเข้ามาช่วยชดเชยได้

สำหรับประเด็นเรื่องราคาแผงโซลาร์ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการจัดเก็บภาษีของทางการจีน มองว่าไม่น่ากังวล เนื่องจาก GUNKUL ได้ล็อกราคาแผงโซลาร์สำหรับโครงการที่จะ COD ในอนาคตไว้ทั้งหมดแล้ว จึงไม่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนในส่วนนี้

นอกจากนี้ แผน PDP ฉบับใหม่ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนระยะยาว คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าน่าจะปรับเพิ่มขึ้น โดยเราคาดว่าภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์ฟาร์มและพลังงานลม เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center และเพื่อควบคุมต้นทุนค่าไฟไม่ให้ผันผวนตามราคาก๊าซ ซึ่งเป็น Positive Upside ให้กับ GUNKUL ทั้งด้านการเข้าประมูล PPA และงานรับเหมา EPC จะได้รับประโยชน์ทั้งสองด้าน

บล.บัวหลวง แนะนำ “ซื้อ” GUNKUL โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 3.84 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าหุ้นยังมี Upside ที่น่าสนใจจากทั้งผลประกอบการที่มั่นคงและโอกาสการเติบโตใหม่ๆ จากโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศและการขยายตัวของกลุ่ม Data Center

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย จากงาน Opportunity Day ของ GUNKUL โดยมีประเด็นหลัก 4 เรื่องประกอบด้วย

ประเด็นสงครามในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะกระทบต่อธุรกิจ EPC เล็กน้อยจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น แต่ GUNKUL ยังสามารถบริหารจัดการกำไรขั้นต้น (Margin) ให้อยู่ในระดับที่ดีได้ ขณะที่สัดส่วยรายได้หลักของ GUNKUL มาจากธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งยังมีการเติบโต ทำให้ภาพรวมผลกระทบจากประเด็นสงครามจำกัด

บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 69 ที่ 10,000 ล้านบาท หนุนจากธุรกิจ EPC ที่ยังเติบโตจาก Backlog ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการเติบโตในต่างประเทศ ที่จะเน้นการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ในฟิลิปปินส์และไต้หวัน

สำหรับโครงการ RE Big Lot phase 2.1 ที่บริษัทได้รับคัดเลือก 7 โครงการ (โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม) ขนาด 319 เมกะวัตต์ ปัจจุบันทยอยเซ็นสัญญาไปบางส่วนแล้ว คาดจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ค. นอกจากนี้ โครงการ RE Big Lot Phase 1 ขนาดรวม 832 เมกะวัตต์ คาดสามารถ COD โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 โครงการ ขนาด 176 เมกะวัตต์ ได้ตามกำหนดการในช่วงไตรมาส 4/69

ในระยะยาวมองว่า GUNKUL ยังสามารถเติบโตได้ต่อ หนุนจากอุตสาหกรรม Data Center ที่ทยอยเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งโครงการที่อนุมัติ BOI แล้วประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ยังมีโครงการรอนุมัติอีกราว 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเข้ามาช่วยหนุนรายได้ EPC และรายได้จากการขายไฟ้าชองบริษัทในะระยะยาว

หยวนต้า ให้ราคาเป้าหมายหุ้น GUNKUL ที่ 2.92 บาท โดย P/E ปีนี้อยู่ที่ประมาณ 10 เท่า ถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงไฟฟ้า Renewable ที่มักเทรดกันในช่วง 15-20 เท่า และต่ำกว่าสถิติในอดีตของ GUNKUL เองที่เคยเทรดสูงถึง 20 เท่าในฐานะผู้นำกลุ่มเชื่อว่ากำไรจะเริ่มกลับมาเติบโตชัดเจนตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เนื่องจากโครงการรอบ 5,200 เมกะวัตต์ที่ประมูลได้มาจะทยอย COD ในช่วงปลายปี ทำให้การเติบโตชัดเจนมากขึ้น เปลี่ยนจากการพึ่งพารายได้ EPC เพียงอย่างเดียว มาเป็นการเติบโตควบคู่กันทั้งธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจโรงไฟฟ้า อีกทั้งลุ้นรับอานิสงส์จากแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น

ด้าน บล.กรุงศรี คงเป้าหมายรายได้ GUNKUL ปี 69 ในกรอบ 1 หมื่นล้านบาท บน Backlog งาน EPC ปัจจุบันที่ 8 พันล้านบาท (โดยบริษัทคาดรับรู้ในปี 69 ราว 5 พันล้านบาท) เทียบเท่าการเติบโตธุรกิจ EPC ราว 52% จากรายได้งาน EPC ปี 2567 ที่ 3.3 พันล้านบาท

ความคืบหน้าของ Catalyst งานก่อสร้าง จากธีมการลงทุน Data Center ที่คาดรอ Bidding ภายในปี 69 ได้แก่ แผนลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า สายส่ง และ Substation ของ EGAT และ PEA รวม 33,500 ล้านบาท และโซลาร์ชุมชน 1,500 MW ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว คาดเปิด Bidding ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า

สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop สูงสุด 2 แสนบาท/ครัวเรือน ช่วยลดระยะเวลาคืนทุนโครงการขนาด 5-–10 kW เหลือ 3 ปี (เดิม 4-5 ปี) หนุน Adoption เร่งตัวและเป็นปัจจัยหนุนต่อธุรกิจ GRoof ให้เติบโตเด่นในปี 69

ปัจจุบัน GUNKUL ทยอยเซ็น PPA โครงการจากรอบ Big lot พลังงานหมุนเวียน เฟส 2.1 รวม 319 MW (ยังไม่รวมอยู่ในประมาณการ) แล้ว อย่างไรก็ดีบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาขายหุ้นโครงการบางส่วนให้แก่ Partner เพื่อบริหาร IBD/E ratio ให้อยู่ในระดับเหมาะสม

เรามองเชิงบวก (Positive) ต่อข้อมูลจาก Opp Day บนภาพปี 69-71 มี Upside จากทั้งธุรกิจ EPC และโรงไฟฟ้า บนธีมระยะยาวที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center เบื้องต้นคาดเห็นความชัดเจนการ Bidding โครงการโซลาร์ชุมชน และการเซ็น PPA พลังงานหมุนเวียนเฟส 2.1 ในช่วง ไตรมาส 2/69

ปรับประมาณการปี 69-71 ขึ้นเฉลี่ย 7% จากการปรับสมมติฐาน Gross margin ของธุรกิจ EPC & Trading ขึ้น 100 bps, 110 bps และ 120 bps ตามลำดับ จาก margin งานก่อสร้างปี 2568 ที่ดีกว่าคาด พร้อมทั้งปรับ SG&A เพิ่มขึ้นเล็กน้อยให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ EPC & Trading

คงมุมมองกำไรปกติ ไตรมาส 1/69 เพิ่มขึ้น YoY บน Backlog งาน EPC ที่เร่งตัว แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นจุดต่ำสุดของปี คงคำแนะนำ “Buy” ปรับราคาเป้าหมาย (TP) ปี 69 ขึ้นเป็น 2.80 บาท/หุ้น (เดิม 2.60 บาท/หุ้น) อิง SOTP โดยประมาณการและราคาเป้าหมายของเรายังไม่รวม Upside จากพลังงานหมุนเวียน เฟส 2.1 (ลม 284 MW และโซลาร์ 35 MW) ซึ่งหากขายหุ้นให้แก่ Partner 50% จะเป็น Upside อีก 0.4 บาท/หุ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)