CONSENSUS: โบรกเชียร์ซื้อ BH ลุ้นปี 65 โตเด่นจากลูกค้าต่างชาติฟื้นรับอานิสงส์เปิดประเทศ

โบรกเกอร์ต่างเชียร์ “ซื้อ” หุ้น บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) หลังผลประกอบการปี 65 จะเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม เพราะมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงกว่าบริษัทอื่น รับประโยชน์ภาครัฐประกาศยกเลิกมาตรการเดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ Test&Go และคาดว่ากำไรจะโตแรงในช่วง H2/65 เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของผู้ป่วยต่างชาติ ประกอบกับมีฐานกำไรที่ต่ำในช่วง Q3/64

นอกจากนี้ยังมี Upside จากผู้ป่วยชาวซาอุดิอาระเบีย หลังฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตในรอบ 30 ปี

อีกทั้งในปีนี้ BH จะมีโรงพยาบาลท้องถิ่นที่เป็นพันธมิตร 10 แห่ง เพื่อดำเนินการศูนย์ความเป็นเลิศในการรักษาเฉพาะทาง (CoE) ซึ่งน่าจะเป็นแหล่งรายได้และการเติบโตของกำไรในระยะยาว

ราคาหุ้น BH อยู่ที่ 162.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.31%) เมื่อเวลา 14.53 น.ขณะที่ SET -0.83%

โบรกเกอร์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
ดีบีเอสซื้อ190.00
บัวหลวงซื้อ190.00
เอเซียพลัสซื้อ190.00
ยูโอบี เคย์เฮียนซื้อ185.00
เมย์แบงก์ซื้อ185.00
ซีจีเอส ซีไอเอ็มบีซื้อ179.00
กสิกรซื้อ175.00
โนมูระ พัฒนสินซื้อ150.00

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า BH เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่น่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายการเปิดประเทศที่ทำให้ผู้ป่วยชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามารับการรักษาในประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลให้จะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการของ BH ในปี 65 นี้

ขณะที่ด้านราคาหุ้นของ BH แม้ว่าจะปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงในระยะสั้น และมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง แต่อย่างไรก็ตามประเมินว่าราคาที่น่าสนใจในการเข้าลงทุนจะอยู่ที่บริเวณราคา 145-150 บาท/หุ้น เนื่องจากเป็นกรอบแนวรับที่แข็งแกร่งในรอบนี้

“BH เป็นหุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศและผู้ป่วยชาวต่างชาติ ทำให้ยังเห็นโอกาสในการฟื้นตัวอยู่ และเมื่อเทีบกับหุ้นโรงพยาบาลอื่นที่โฟกัสผู้ป่วยภายในประเทศ ก็น่าจะมีผลประกอบการที่ดีที่สุดไปแล้ว และจะเริ่มชะลอลงจากนี้ แต่ว่าทางด้านผลประกอบการของ BH ในปีนี้ จะฟื้นตัวตามการเดินทางมาของผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเราให้คำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 185 บาท/หุ้น” นายกิจพณ กล่าว

ด้าน บล.เอเซียพลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดปีนี้ BH จะมีกำไรที่เติบโตเด่นสุดในกลุ่ม หลังเริ่มมีการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะดวกมากขึ้น เนื่องจากล่าสุดภาครัฐได้ประกาศยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ Test&Go สามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องตรวจ RT-PCR ตั้งแต่ 1 พ.ค. 65 จึงคาดว่า BH จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงกว่าบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่ม คาดจะหนุนรายได้ปี 65-66 กลับมาเติบโตขึ้นเป็น 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และ 1.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY

และคงประมาณการกำไรปี 65-66 ไว้ตามเดิมที่ 2.7 พันล้านบาท (+122.5%YoY) และ 3.7 พันล้านบาท (+37.8%YoY) ตามลำดับ หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 75.1% ทั้งนี้ คาดกำไรจะโตแรงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 65 เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของการเดินทางเข้ามารักษาของกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติ ประกอบกับฐานกำไรที่ต่ำในปีที่แล้ว จากผลกระทบวิกฤต COVID (ช่วงไตรมาส 3/64) นอกเหนือจากนี้ยังมี Upside ด้านรายได้ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากผู้ป่วยชาวซาอุดิอาระเบีย หลังจากฟื้นความสัมพันธ์ทางการฑูตที่หายไปในรอบ 30 ปี

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) จะขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง เป็น 43.2% และ 44.7% ในปี 65-66 ตามลำดับ จากสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ (มาร์จิ้นสูง) ที่เพิ่มขึ้น, การให้ส่วนลดสำหรับค่าห้อง,ค่ายาและค่าตรวจวินิจฉัยต่าง ๆ ในอัตราที่ต่ำลง และคาดบริษัทยังควบคุมต้นทุนแพทย์/พยาบาล ได้ดีต่อเนื่อง

ส่วนบล.เมย์แบงก์ระบุในบทวิเคราะห์ว่า BH เป็นผู้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สะท้อนได้จากการเปิดประเทศในเดือนพ.ย.64 ที่ผ่านมา หนุนกำไรในไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 725 ล้านบาท (+9% QoQ และ +640%YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของผู้ป่วยต่างประเทศซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 55% ของรายได้ทั้งหมด เทียบกับ 50% ในไตรมาส 4/64 และยังคงเห็นการฟื้นตัวต่อไปในช่วงที่เหลือของปี พร้อมประเมินรายได้รวมจากผู้ป่วยต่างชาติอาจสูงถึง 60% ในปีนี้และฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิดที่ 67% ในปี 66 และคาดว่ากำไรในปี 66 จะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิดได้

ประกอบกับในปีนี้ BH จะมีโรงพยาบาลท้องถิ่นที่เป็นพันธมิตร 10 แห่ง เพื่อดำเนินการศูนย์ความเป็นเลิศ (CoE) เพิ่มขึ้นจาก 5 แห่งเมื่อปีที่แล้ว โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการรักษาเฉพาะทาง เช่น หัวใจ และกระดูกสันหลัง ซึ่ง BH ให้การฝึกอบรมแก่แพทย์ที่โรงพยาบาลท้องถิ่นที่เป็นพันธมิตรกัน ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น และ BH จะได้รับส่วนแบ่งกำไร ซึ่งน่าจะเป็นแหล่งรายได้และการเติบโต ของกำไรในระยะยาว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 พ.ค. 65)

Tags: , , , ,
Back to Top